เขาว่ากันว่าจะมีนักเตะประเภทที่ตอนอยู่เราอาจไม่รู้สึกถึงความหวือหวาเท่ากองหน้า แต่เมื่อไหร่ที่เขาหายไป ทีมทั้งทีมกลับดูเหมือนเครื่องจักรที่ขาดน้ำมันหล่อลื่น สำหรับ ลิเวอร์พูล ในชั่วโมงนี้ โดมินิค โซโบซไล คือชายคนนั้น
หากจะพูดถึงแข้งที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นฟันเฟืองที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน คงหนีไม่พ้นเจ้าของหมายเลข 8 แห่งแอนฟิลด์ ... ทำไมการขาดหายไปของนักเตะเพียงคนเดียว ถึงถูกมองว่าเป็นวิกฤตที่อาจทำให้ระบบของ อาร์เน่อ สล็อต ถึงขั้น "ขาดใจตาย" ได้?
ไดนาโมที่ไม่มีใครทดแทนได้
สิ่งที่ทำให้ โซโบซไล พิเศษกว่านักเตะคนอื่นในทีม ไม่ใช่แค่ลูกยิงไกลหรือการจ่ายบอลที่แม่นยำ แต่คือ "สมรรถภาพทางกาย" ที่น่าเหลือเชื่อ เขาคือ ผู้เล่นสายไฮบริดที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง วิ่งกดดันคู่แข่งได้ตลอด 90 นาที และมาพร้อมกับความเร็วในการพาบอลควบตะบึงขึ้นหน้า
เมื่อไม่มีเขา ลิเวอร์พูล จะเสียจังหวะการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทีมไปทันที นักเตะคนอื่นอาจจะจ่ายบอลดีกว่าหรือรับแน่นกว่า แต่ไม่มีใครที่มีพลังงานผสานกับเทคนิคได้กลมกล่อมเท่าเขา
ตัวสร้างพื้นที่ในเงามืด
ตามรายงานเชิงสถิติจากหลายสื่อชี้ให้เห็นว่า การวิ่งของ โซโบซไล มักจะเป็นการวิ่งแบบ "Decoy Run"หรือการวิ่งดึงตัวประกบเพื่อให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หรือกองหน้าคนอื่นมีพื้นที่เล่นง่ายขึ้น
ว่ากันว่าเขาคือ สถาปนิกที่คอยจัดระเบียบโครงสร้างแดนกลาง หากขาดเขาไป จังหวะการสอดประสานทางกราบขวาจะดู "ติดขัด" อย่างเห็นได้ชัด ความไหลลื่นที่เคยเป็นแบบเดิมจะกลายเป็นความหนืดเหนื่อย เพราะไม่มีคนคอยทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างแดนกลางและแดนหน้าได้สมบูรณ์แบบเท่านี้
ภาวะขาดเธอเหมือนขาดใจ
คำว่า "ขาดใจตาย" ในเชิงแท็กติกหมายถึง การที่ทีมไม่สามารถคุมจังหวะเกมได้ ซึ่ง โซโบซไล คือคนที่คอยประคองจังหวะหนักเบา เมื่อเขาหายไป ภาระจะตกไปอยู่ที่มิดฟิลด์คนอื่นหนักเกินไป จนเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างไลน์
ลิเวอร์พูล อาจจะยังมีตัวแทนที่ลงมาเล่นแทนได้ในแง่ของจำนวนคน แต่ในแง่ของมิติและอิทธิพล ต่อเกมรุกและรับ พร้อมกันนั้น โซโบซไล คือจิ๊กซอว์ที่หาตัวจับยากที่สุด ณ เวลานี้ ...