ลิเวอร์พูล 1-2 แมนฯ ซิตี้! ดราม่านาทีบาป VAR ถูกเวลา หรือฆ่าความมันส์?

ลิเวอร์พูล 1-2 แมนฯ ซิตี้! ดราม่านาทีบาป VAR ถูกเวลา หรือฆ่าความมันส์?
จังหวะ VAR ปฏิเสธประตูช่วงทดเวลาของ แมนฯ ซิตี้ เกมบุกชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 กลายเป็นประเด็นร้อน แฟนบอลตั้งคำถาม นี่คือการตัดสินที่ถูกต้องตามกติกา หรือทำลายอรรถรสฟุตบอล?

บิ๊กแมตช์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกแซง ลิเวอร์พูล 2-1 ถึงถิ่น แอนฟิลด์ กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฤดูกาล ไม่ใช่เพียงเพราะผลการแข่งขัน แต่จากจังหวะ VAR ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงท้ายเกม

คำถามที่ตามมาคือ การแทรกแซงของ จอห์น บรูคส์ ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ คือการตัดสินที่ “ถูกต้องตามกติกา” หรือเป็นการ “ฆ่าความสนุก” ของฟุตบอลกันแน่?

ประตูที่ถูกลบ กับจุดเริ่มต้นของดราม่า

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ขณะที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ขึ้นมาเล่นลูกตั้งเตะหวังตีเสมอให้ ลิเวอร์พูล บอลถูกสกัดออกมาและไปถึง ไรยัน แชร์กี ที่ตัดสินใจยิงจากแดนตัวเองไปยังประตูที่ว่างเปล่า โดยมี เออร์ลิง ฮาลันด์ วิ่งไล่กดดันและแซง โดมินิค โซโบซไล ได้ก่อน

แต่แล้วดาวเตะทีมชาติฮังการีได้ดึงตัวกองหน้าชาวนอร์เวย์ล้มลง ซึ่ง เคร็ก พอว์สัน ผู้ตัดสินในสนามมองว่าได้เปรียบและปล่อยเกมดำเนินต่อ

อย่างไรก็ตาม ขณะบอลกำลังจะข้ามเส้นประตู โซโบ พยายามสไลด์สกัด แต่ถูก ฮาลันด์ ดึงกลับ ส่งผลให้บอลเข้าประตูไปในที่สุด ก่อนที่ VAR จะเรียกตรวจสอบย้อนหลัง

ทำไม VAR ต้องเข้ามา?

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “การฟาวล์ครั้งที่สอง” ของ ฮาลันด์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดขวางไม่ให้แนวรับ ลิเวอร์พูล เคลียร์บอลจากเส้นประตูได้ หากไม่มีการดึงรั้งดังกล่าว มีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าถิ่นจะรอดพ้นจากการเสียประตู

ด้วยเหตุนี้ VAR จึงมองว่าเป็นการฟาวล์ที่ “เอื้อให้เกิดประตู” และตามกติกา ไม่สามารถให้สกอร์ยืนได้ พร้อมตัดสินให้ โซโบซไล ถูกไล่ออกในฐานะปฏิเสธโอกาสทำประตูที่ชัดเจน

ผลลัพธ์จึงไม่ต่างจากกรณีที่ผู้ตัดสินเป่าย้อนกลับไปตั้งแต่แรก นั่นคือ ไม่มีประตู และใบแดงยังคงเกิดขึ้น

เสียงแตกจากคนฟุตบอล

แม้การตัดสินจะถูกต้องตามกฎ แต่เสียงสะท้อนจากวงการฟุตบอลกลับแตกออกเป็นสองฝั่ง

แกรี เนวิลล์ กูรูของ สกาย สปอร์ตส์ มองว่านี่คือจังหวะที่ “ไม่ยุติธรรมในความรู้สึก” และกล่าวว่า VAR ได้ทำลายหนึ่งในโมเมนต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฤดูกาล

ในทางกลับกัน รอย คีน อดีตกัปตัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมองว่าเหตุการณ์นี้ยิ่งเพิ่มความเข้มข้นให้เกม และสะท้อนความดราม่าของฟุตบอลระดับสูงได้อย่างสมบูรณ์

ด้าน ฮาลันด์ เองยอมรับว่ารู้สึกเห็นใจอดีตเพื่อนร่วมทีม เรด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก แต่ย้ำว่าผู้ตัดสินจำเป็นต้องทำตามกติกา

ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ กล่าวติดตลกว่า “ให้ประตูไปเถอะ แล้วกลับบ้านได้เลย”

ถูกต้องตามกฎ แต่ถูกใจแฟนบอลหรือไม่?

สุดท้ายแล้ว จังหวะนี้อาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของช่องว่างระหว่าง “กติกาฟุตบอล” กับ “จิตวิญญาณของเกม”

VAR อาจทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติในเชิงกฎหมาย แต่คำถามที่ยังค้างคา คือ แฟนบอลพร้อมยอมรับการสูญเสียความเร้าใจ เพื่อแลกกับความถูกต้องหรือไม่?

และหากเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ฟุตบอลควรเลือกยืนอยู่ฝั่งไหนกันแน่?



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport