ไมเคิล คารริค กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงสยบข่าวลือความขัดแย้งภายในทีมอย่างสิ้นเชิง โดยยืนยันว่าความทุ่มเทของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์กัปตันทีมที่มีต่อสโมสรนั้น "ไม่มีข้อสงสัยใดๆ" พร้อมยกย่องดาวเตะชาวโปรตุกีสรายนี้ว่ายังคง "ยอดเยี่ยมเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน"
จุดเริ่มต้นของกระแสเกาเหลาเกิดขึ้นหลังจากบรูโน่ถูกดรอปเป็นตัวสำรองในเกมพ่ายบอร์นมัธคาบ้านเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีที่เจ้าตัววิพากษ์วิจารณ์คารริคและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชอย่างรุนแรง หลังพ่ายโคโม่แบบยับเยิน 1-4 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อย่างไรก็ตาม กัปตันวัย 32 ปีถูกส่งกลับมาลงเป็นตัวจริงอีกครั้งในเกมพรีเมียร์ลีกที่แพ้เชลซี ก่อนจะมายิงจุดโทษพาทีมรัวแซงโรม่าได้อย่างสุดดราม่าในเกมยุโรปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
หลังจบเกมชนะโรม่า บรูโน่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้สื่อมวลชนอย่างเผ็ดร้อน โดยระบุว่าข่าวความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่างเขากับคารริคมีแต่ "เรื่องโกหกทั้งนั้น" พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าทั้งคู่ต้องเปิดอกเคลียร์ใจกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่หลุดมาจากแหล่งข่าวภายในสโมสรก่อนหน้านี้
"ผลงานในสนามคือคำตอบ" คารริคปกป้องกัปตัน
ทางด้าน ไมเคิล คารริค ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียดเกี่ยวกับบทสนทนาส่วนตัวระหว่างเขากับบรูโน่หลังเกมแพ้บอร์นมัธ แต่ชี้ว่าการพูดคุยกันคือเรื่องปกติในชีวิตประจำวันที่แคร์ริงตัน
"ผมคิดว่าการกระทำของเขา วิธีการเล่นของเขา รวมถึงสมาธิและจิตใจที่เขารับมือกับการต้องยิงจุดโทษซ้ำในเกมล่าสุด มันบอกทุกอย่างได้หมดแล้ว บรูโน่ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนที่เคยเป็นมา" คารริค กล่าว
"การพูดคุยในทีมเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะคุยเพื่อชมเชยในสิ่งที่ทำได้ดี หรือติเพื่อก่อในจุดที่ต้องแก้ไข บางครั้งคุยเดี่ยว บางครั้งคุยเป็นกลุ่ม แต่เรื่องที่พูดกันข้างในผมขอเก็บไว้เป็นเรื่องภายใน สิ่งที่ชัดเจนคือเรากำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น และความทุ่มเทของบรูโน่ต่อทีมและสโมสรนี้คือสิ่งที่ไม่ต้องสงสัยเลย"
ชี้ชะตาคารริค! นัดเจอวิลล่าก่อนพักเบรกทีมชาติ
สถานการณ์ของคารริคในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ยังคงอยู่บนแขวนอยู่บนเส้นด้าย โดยคาดว่าบอร์ดบริหารระดับสูงของยูไนเต็ดจะทำการประเมินอนาคตเก้าอี้กุนซือหลังจบเกมพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้ที่จะเปิดบ้านพบกับ แอสตัน วิลล่า
คารริคยอมรับตามตรงว่าเขาไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ตระหนักดีว่าผลงานชนะแค่ 1 นัดจาก 9 เกมหลังสุด (นัดเดียวที่ชนะคือการเจออิปสวิชเมื่อเดือนสิงหาคม) เป็นสถิติที่ไม่ดีพอ และชัยชนะเหนือโรม่าเมื่อกลางสัปดาห์ต้องเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวอย่างจริงจัง
"แม้เราจะพอใจกับองค์ประกอบหลายๆ อย่างในฟอร์มการเล่นเมื่อคืนวันอังคาร แต่เราต้องตระหนักให้แน่ชัดว่าทีมเรายังปล่อยของได้มากกว่านี้อีกเยอะ" คารริค เขียนผ่านคอลัมน์ในหนังสือโปรแกรมวันแข่ง
"เราต้องพร้อมที่จะแสดงให้เห็นว่าเราสามารถต่อยอดชัยชนะจากวันอังคาร เพื่อสร้างโมเมนตัมและวางรากฐานสำคัญไว้สานต่อหลังจบช่วงพักเบรกทีมชาติ"
หลังชนฝา! เสี่ยงจมโซนตกชั้นหากไม่ชนะ
ความจริงอันแสนเจ็บปวดเมื่อ แมนยูไนเต็ด กำลังกดดันอย่างหนักหลังน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ส่งผลให้ลูกทีมของคารริคหล่นไปรั้งอันดับ 18 พื้นที่โซนตกชั้นทันที และหากพวกเขาไม่สามารถเก็บชัยเหนือ แอสตัน วิลล่า ในวันอาทิตย์นี้ได้ พลพรรค "ปีศาจแดง" จะต้องจมปุกอยู่ในโซนแดงตลอดช่วงพักเบรกทีมชาติตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!