ความละเอียดของอาร์เตต้าทำให้ปืนชนะ

ความละเอียดของอาร์เตต้าทำให้ปืนชนะ
มันคือเกมห้าดาวที่ถูกจัดให้เป็น Super Sunday ประจำสัปดาห์ แค่ไถลหัวเข้าห้องมีเดียก็เหมือนกับการมาชุมนุมของพวกอดีตนักเตะชื่อดังโดยมิได้นัดหมาย

บ้างก็ขาประจำที่ทำงานให้ทีวีอังกฤษเช่น อลัน เชียเรอร์, สตีฟ แม็คมานามาน, ธีโอ วัลค็อตต์ ไปจนถึงกลุ่ม Sky Sports นำโดย แกรี่ เนวิลล์ กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์

แต่ที่ทำให้ผมประหลาดใจเป็นแก๊งจากสาธารณรัฐเช็กครับ ถึงเวลาเปลี่ยน รูปลักษณ์ก็มีผิดเพี้ยนจากสมัยค้าแข้งก็เถอะ ยังไงผมก็จำได้ ไม่ว่าจะ แพทริค แบร์เกอร์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ หรือว่า มิลาน บารอส ก็ตาม

สองสโมสรสีแดงเจอกันที่ไม่ใช่ 'แดงเดือด'

ทว่ามันก็เหมือนศึกแห่งศักดิ์ศรีของสองทีมที่ได้แชมป์ลีกรวมกัน 34 สมัย สองทีมที่ในแทบทุกปีต้องมีชื่อยกให้อยู่ในข่ายลุ้นแชมป์และสองทีมที่แฟนบอลมักชอบเกทับบลัฟใส่กันประจำ...

ผมตั้งคำถามในใจตั้งแต่ก่อนมาสนามแล้วว่า "ปืนจะต้องเล่นแบบไหนเพื่อให้ได้ชัยชนะที่แอนฟิลด์?"

ไม่ได้ถึงกับงูเหลือมเชือกกล้วยแต่ก็นานถึง 14 ปี ครั้งสุดท้ายปี 2012 โน่นเลยที่ อาร์เซน่อล สามารถมาคว้าสามแต้มได้ใน แอนฟิลด์ เพราะนี่ไม่ใช่สนามที่ง่ายที่ใครจะมาชนะ (ในวันที่พวกเขาเข้าฟอร์ม) ซึ่งอย่างยิ่งกับฟอร์มที่กำลังดีในตอนนี้ด้วยภายใต้ อันโดนี่ อิราโอล่า

"Liverpool Liverpool Liverpooooool" กระหึ่มตั้งแต่บอลยังไม่เขี่ย

แน่นอนเหล่า เดอะ ค็อป สะท้านเต็มอก ถ้ากำราบพวก กันเนอร์ส ลงได้ก็หมายถึงว่าพวกเขาได้ประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่าซีซั่นนี้ทีมของเขามีศักยภาพพอที่จะท้าทายตำแหน่งแชมป์

"Chaos intensity aggression" คำสามคำนี้เป็นจุดเด่นของหงส์ยุคอิราโอล่า ให้แปลก็ได้ว่า "โกลาหล, ความดุดัน และความแข็งกร้าว"

บอลอิราโอล่าตั้งแต่สมัยคุม บอร์นมัธ มีความเป็นไดเรกต์ฟุตบอลสูง บอลจากหลังไปหน้าไม่จำเป็นต้องผ่านมิดฟิลด์ให้คอยจ่าย พวกเขาชอบที่จะโยนไปแล้วให้บรรดาตัวรุกที่มีความเร็วคอยปั่นป่วน รอคอยโอกาสที่จะได้ประตูจากความผิดพลาดของฝ่ายตรงข้าม

อย่างไรก็ตามการเจอ อาร์เซน่อล ที่มีเกมรับเหนียวแน่นสุดของลีก ฤดูกาลนี้เสียไป 5 ลูก จุดเด่นที่สุดของทีม มิเกล อาร์เตต้า ก็อยู่ตรงนี้จึงต้องพิเศษกว่าเดิม ลำพังแค่การรอฉวยจังหวะย่อมไม่เพียงพอ ทางเดียวกันที่ประตู 1-0 ขึ้นนำของผู้มาเยือนก็มาจากการออกบอลไม่ดี (อีกแล้ว) ของ อลิสซง ทำให้โดนตัดและจบที่ก้นตาข่ายโดย ไค ฮาแวร์ตซ์

จบครึ่งแรกเป็น 45 นาทีที่สนุก สถิติบอกไว้ว่า หงส์แดง ได้สัมผัสบอล 28 ครั้งในกรอบเขตโทษฝ่ายตรงข้าม นี่คือตัวเลขสูงสุดที่ ปืนใหญ่ โดนในเกมพรีเมียร์ลีกนับแต่ฤดูกาล 2008/09

มันแสดงว่าวิธีการเล่นของอิราโอล่ายังใช้ได้ผล... แค่ยิงไม่ได้เท่านั้น

ในเมื่อแพลนเอไม่สามารถทำให้ทีมได้ประตูก็ถึงเวลาของแพลนบี อิราโอล่าเปลี่ยนตัวเร็วยังไม่ครบชั่วโมงเต็ม คนแรกที่ลงมา โดมินิค โซโบสไล ที่หายเจ็บกลับมามีชื่อสำรอง

เมื่ออีกฝ่ายส่งสตาร์ตัวรุกมาเพิ่ม อาร์เตต้า ก็เหมือนตีไพ่ลงมาทันทีเพื่อแก้เกมตาม การส่ง ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่ แทน บรูโน่ กิมาไรส์ ก็เพื่อทำให้แดนกลางเพิ่มความรัดกุมขึ้น

หากครึ่งหลังจังหวะต่างๆ ของ ลิเวอร์พูล ดร็อปลงไปต่างจากในครึ่งแรกโดยเฉพาะหลังเปลี่ยนโซโบสไลลงมา มันเหมือนเครื่องยนต์ที่ไม่เชื่อมต่อกันเหมือนเดิม ทว่าเหนืออื่นใดวินัยในเกมรับอันยอดเยี่ยมของทีมตราปืนต่างหากที่ทำให้แฟนหงส์คงตะโกนโวยวายในทุกๆ จังหวะที่ทีมตัวเองโดนเป่าฟาวล์

ก็ธรรมดาครับ บอลสกอร์ยังตามหลัง อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจย่อมหงุดหงิด

ต้องให้เครดิต อาร์เตต้า มากๆ กับชัยชนะนัดนี้ ความเนี้ยบของการแก้เกมตามการเปลี่ยนตัวอิราโอล่าเป็นกุญแจเลย ไม่ใช่แค่การส่ง ลูอิส-สเคลลี่ ตอนโซโบสไลลง การที่ขยับใช้ ปิเอโร่ ฮินคาปิเย่ มายืนแบ็กซ้ายแล้วให้ ริคาร์โด้ คาลาฟิโอรี่ ยืนสูงเป็นตัวริมเส้นก็เป็นอีกจุดสำคัญ

ทำไมเหรอครับ?

ก็เพราะอิราโอล่าเลือกใช้แพลนซีเอา วิคตอร์ มูนยอซ ลงมาเป็นแบ็กขวาคอยประสานงานกับ ริโอ เอ็นกูโมฮา ทางขวาน่ะสิ

มันคือกลยุทธ์เกลือจิ้มเกลือ

อีกเกมที่แสดงถึงคุณภาพของ อาร์เซน่อล ไม่จำเป็นต้องนำเสนอบอลบุกเพลิดเพลินแต่ประสิทธิภาพมาก่อน

สำหรับ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่เล่นแย่ ความผิดพลาดของอลิสซงทำให้ทีมเสียประตู ความเป็นทีมที่ยังไม่โตพอต้องใช้เวลาเพาะบ่มก็ทำให้ต้องพ่ายแพ้คาบ้าน

ทุกอย่างต้องการเวลาครับ ดูอาร์เตต้าเป็นตัวอย่าง

"ไก่ป่า"



ที่มาของภาพ : Gettyimages
BY : ไก่ป่า
เอกราช นิติสุทธิ์สกุล
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport