พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดแคมเปญ “Boot Out Piracy” ในไทย เตือนแฟนบอลถึงความเสี่ยงจากการดูบอลสดผ่านสตรีมเถื่อน งานวิจัยชี้เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์มีความเสี่ยงทางไซเบอร์สูงกว่าเว็บไซต์ทั่วไปเฉลี่ย 17.3 เท่า ทั้งฟิชชิง มัลแวร์ ขโมยข้อมูล และฉ้อโกงทางการเงิน
พรีเมียร์ลีกเดินหน้าแคมเปญ "Boot Out Piracy" ครั้งใหม่ในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS พันธมิตรผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในประเทศไทย เพื่อสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จากการรับชมฟุตบอลผ่านบริการสตรีมมิ่งผิดกฎหมาย
แคมเปญครั้งนี้มีนักเตะพรีเมียร์ลีก ได้แก่ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมลิเวอร์พูล, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ กองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอเบเรชี่ เอเซ่ นักเตะอาร์เซน่อล ร่วมถ่ายทอดเนื้อหาผ่านวิดีโอเกี่ยวกับความเสี่ยงจากสตรีมเถื่อน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ยังครอบคลุมถึงฟิชชิง มัลแวร์ การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล และการฉ้อโกงทางการเงิน
วิจัยชี้เว็บสตรีมเถื่อนเสี่ยงไซเบอร์สูงกว่า 17.3 เท่า
ข้อมูลจากงานวิจัยอิสระที่จัดทำโดย ศาสตราจารย์ Paul Watters ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบุถึงความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานอาจเผชิญจากเว็บไซต์สตรีมมิ่งผิดกฎหมาย โดยพบว่า
ผลการศึกษาดังกล่าวสะท้อนว่า ความเสี่ยงจากการรับชมสตรีมเถื่อนไม่ได้มีเพียงเรื่องคุณภาพของภาพหรือปัญหาลิขสิทธิ์ แต่ผู้ใช้อาจตกเป็นเป้าของการขโมยข้อมูล การเข้าถึงบัญชีผู้ใช้งาน การฉ้อโกง และมัลแวร์ได้เช่นกัน
พรีเมียร์ลีกเตือน "ดูฟรี" อาจแลกด้วยความเสี่ยง
Stefan Sergot หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของพรีเมียร์ลีก กล่าวว่า บริการสตรีมมิ่งผิดกฎหมายอาจดูเหมือนเป็นช่องทางรับชมฟุตบอลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ข้อมูลจากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานอาจต้องเผชิญอันตรายหลายรูปแบบ ทั้งการฉ้อโกง การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล มัลแวร์ และภัยคุกคามออนไลน์
พรีเมียร์ลีกจึงใช้แคมเปญ Boot Out Piracy เพื่อให้แฟนบอลรับรู้ถึงความเสี่ยงดังกล่าว พร้อมเดินหน้าประสานงานกับพันธมิตรผู้ถือลิขสิทธิ์ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการรับมือกับบริการสตรีมมิ่งผิดกฎหมาย
ไทยเดินหน้าปราบเครือข่ายสตรีมเถื่อน
ในประเทศไทย มีการดำเนินการกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่คอนเทนต์กีฬาโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเมื่อเดือนกันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับพรีเมียร์ลีกและพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม ดำเนิน ปฏิบัติการ LION STRIKE ต่อเครือข่าย DOOPENTEAM และ BaygonHero ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่การแข่งขันพรีเมียร์ลีกและเนื้อหากีฬาอื่นอย่างผิดกฎหมาย พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย
ต่อมามี ปฏิบัติการ VAR ซึ่งหน่วยงานภาครัฐไทยดำเนินการกับเครือข่ายสตรีมมิ่งฟุตบอลผิดกฎหมายเพิ่มเติมอีก 2 เครือข่าย และจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 4 ราย จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดำเนินเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลและการส่งเสริมการพนันออนไลน์
JAS ร่วมรณรงค์แฟนบอลรับชมผ่านช่องทางถูกลิขสิทธิ์
ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS กล่าวว่า ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมีฐานแฟนบอลจำนวนมากในประเทศไทย และต้องการให้ผู้ชมสามารถติดตามการแข่งขันผ่านบริการที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และถูกต้องตามลิขสิทธิ์
พร้อมระบุว่า ความเสี่ยงจากสตรีมมิ่งผิดกฎหมายไม่ได้มีเพียงเรื่องสิทธิ์การถ่ายทอด แต่เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และบริการที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอาจทำให้ผู้ชมเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยออนไลน์ได้
4 สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่เว็บสตรีมเถื่อน
แคมเปญ Boot Out Piracy แนะนำให้แฟนบอลสังเกตลักษณะที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของบริการสตรีมมิ่งผิดกฎหมาย ได้แก่
สำหรับแคมเปญ Boot Out Piracy จะเผยแพร่ผ่านช่องทางถ่ายทอดสดและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใน ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ที่พรีเมียร์ลีกดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้แฟนบอลรับชมการแข่งขันผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง