ไมเคิ่ล คาร์ริค เผชิญแรงกดดันหนักหลังแมนยูออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกย่ำแย่ ผู้เชี่ยวชาญภาษากายชี้ 4 สัญญาณอันตราย พร้อมคาดอาจตกเก้าอี้ก่อนเดือนพฤศจิกายน
ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังแสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวคาดว่าจะถูกปลดจากตำแหน่งในเร็ว ๆ นี้ จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากาย ซึ่งตรวจพบสัญญาณอันตรายสำคัญ 4 ประการด้วยกัน
คาร์ริค กำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ตฤดูกาลพรีเมียร์ลีกได้ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 40 ปี โดยเกมล่าสุดเปิดสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ทั้งเขาและลูกทีมถูกแฟนบอลโห่ใส่หลังจบเกม
ผลเสมอดังกล่าวทำให้ทัพ "ปีศาจแดง" เก็บได้เพียง 6 คะแนน จากการลงเล่นพรีเมียร์ลีก 6 นัดแรกภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค ในฤดูกาลนี้
ดาร์เรน สแตนตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากาย อดีตนักสืบตำรวจที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเครื่องจับเท็จมนุษย์ ให้สัมภาษณ์กับ โอแอลบีจี โดยเชื่อว่าอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษกำลังรับมือกับแรงกดดันจากหนึ่งในงานที่ใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลได้อย่างยากลำบาก
สแตนตัน กล่าวว่า “ไมเคิ่ล คาร์ริค ดูเหมือนคนที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก มีสัญญาณอันตรายสำคัญ 4 ประการจากท่าทางและสีหน้าของเขาที่เราต้องจับตามอง"
“ประการแรก เราเห็นการยักไหล่เพียงข้างเดียว ซึ่งบ่งบอกถึงการขาดความมั่นใจอย่างสิ้นเชิงในสิ่งที่เขากำลังพูด เมื่อพูดถึงบางแง่มุมของเกมที่ดีขึ้น เขาไม่ได้เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองพูดอย่างแท้จริง"
“ประการที่สอง เราเห็นรอยย่นบนหน้าผาก ซึ่งเป็นสัญญาณของความทุกข์ใจ ความกังวล ความวิตกกังวล และความหงุดหงิด"
“เรายังเห็นการเม้มริมฝีปากอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการแสดงออกทางร่างกายของความต้องการที่จะยับยั้งคำพูดและเก็บสิ่งที่ตัวเองอยากพูดจริง ๆ เอาไว้ แต่เขารู้ว่าไม่สามารถพูดออกมาได้ เขากำลังพยายามควบคุมตัวเองอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้พูดสิ่งที่ต้องการพูดอย่างแท้จริงออกมา"
“สัญญาณสำคัญประการต่อมาคือลิ้นของ คาร์ริค เขาแลบลิ้นออกมาซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นท่าทางที่ช่วยสร้างความมั่นใจและปลอบประโลมตัวเอง นี่เป็นพฤติกรรมในกลุ่มเดียวกับการยกมือขึ้นแตะปาก การถูท้ายทอย หรือการแสร้งทำเหมือนมีอะไรเข้าตา ซึ่งล้วนเป็นท่าทางที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ตัวเองรู้สึกสงบลง"
“การแลบลิ้นเป็นท่าทางที่ช่วยปลอบประโลมตัวเอง ซึ่งเรามักเห็นในเด็กเล็กมาก ๆ เมื่อพวกเขาไม่มีความสุขและรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ คาร์ริคเองก็กำลังรู้สึกอึดอัดอย่างมากในเวลานี้ ทั้งกับตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองและสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น"
“ใบหน้าของคาร์ริคยังดูซีดด้วย และเขามีเหงื่อออกมาก ต่อมาเรายังเห็นเขาหยุดนิ่งไปชั่วขณะเมื่อถูกถามคำถามเพิ่มเติม เพื่อพยายามหาเวลาตั้งสติและรวบรวมความคิดของตัวเอง"
“เรายังเห็นเขาก้มหน้าลง และคงศีรษะไว้ในท่านั้นแม้ขณะกำลังตอบคำถาม นี่เป็นความพยายามที่จะปกป้องตัวเอง โดยก้มคางเข้าหาลำคอ"
“อารมณ์ภายในมีความเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราเรียกว่า ความหวาดระแวงว่าจะถูกตรวจจับได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อคนเรากำลังจะถูกจับได้ว่าโกหก จะมีปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาหลายอย่างเกิดขึ้นในร่างกาย เราจะเห็นการตอบสนองแบบสู้หรือหนี"
“หากปฏิกิริยาคือการสู้ หัวใจจะสูบฉีดเลือดไปยังมือ เพราะเป็นปฏิกิริยาดั้งเดิมของมนุษย์ที่เตรียมพร้อมสำหรับการลงมือทำ"
“แต่หากปฏิกิริยาคือการหนี อะดรีนาลีนจะส่งผลให้เลือดถูกสูบฉีดไปยังขาและเท้าแทน นี่คือเหตุผลที่บางครั้งเรารู้สึกว่าขาอ่อนหรือสั่นก่อนต้องทำสิ่งที่สร้างความเครียด เช่น การพูดต่อหน้าสาธารณชน เพราะเป็นการระบายอะดรีนาลีนออกจากร่างกาย"
“ใบหน้าของคาร์ริคดูซีดมาก สัญชาตญาณตอบสนองของเขาคือการพาตัวเองออกไปจากสถานการณ์นี้ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
คำประเมินดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสถานการณ์ของ คาร์ริค พลิกผันอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงแรกเขาเคยช่วยฟื้นฟูฤดูกาลของแมนฯ ยูไนเต็ดได้อย่างน่าประทับใจ หลังเข้ารับหน้าที่กุนซือชั่วคราวแทน รูเบน อโมริม เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แล้วเก็บได้ถึง 39 คะแนน จากการลงเล่นพรีเมียร์ลีก 17 นัดสุดท้ายในฤดูกาลก่อน ซึ่งเป็นจำนวนคะแนนมากกว่าทุกสโมสรในพรีเมียร์ลีกตลอดช่วงเวลาเดียวกัน
ผลงานดังกล่าวทำให้สโมสรตัดสินใจแต่งตั้ง คาร์ริค เป็นผู้จัดการทีมถาวรเมื่อเดือนพฤษภาคม พร้อมมอบสัญญาระยะเวลา 2 ปีให้กับเขา
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศรอบทีมกลับเปลี่ยนไปอย่างมาก เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถต่อยอดจากผลงานที่ดีในช่วงท้ายฤดูกาลก่อน และต้องเผชิญกับการออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่ที่น่าผิดหวัง
คาร์ริค นับเป็นผู้จัดการทีมถาวรคนที่ 7 ที่เข้ามาคุมแมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาตำแหน่งเมื่อปี 2013 หรือเป็นคนที่ 10 หากนับรวมผู้จัดการทีมชั่วคราวด้วย
ขณะเดียวกัน มีชื่อของกุนซือหลายรายถูกกล่าวถึงว่าอาจเป็นตัวเลือกเข้ามารับตำแหน่งแทน หากสโมสรตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น เอ็ดดี้ ฮาว, ยูเลียน นาเกลส์มันน์ และ อันโตนิโอ คอนเต้
สแตนตัน เชื่อว่าเวลาของ คาร์ริค ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อาจใกล้หมดลง โดยเกมที่จะพบกับ แอตเลติโก มาดริด คืนวันอังคารที่ 13 ตุลาคม และ ลีดส์ ยูไนเต็ด วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมนี้ อาจเป็นบททดสอบสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของเขา
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายรายนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราทุกคนต่างรู้จักวลีที่ว่า ‘คนดีมักไม่มีที่อยู่’ บางครั้งผู้คนได้รับตำแหน่งที่มีอำนาจหรือได้รับมอบหมายงานที่เกินกว่าความสามารถของพวกเขาจะรับมือได้"
“น่าเสียดายที่ในฤดูกาลนี้ คาร์ริค ดูเหมือนคนที่ไม่เข้ากับตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเลย เขาไม่ได้มีคุณสมบัติพร้อมสำหรับงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ รวมถึงทุกสิ่งที่มาพร้อมกับตำแหน่งดังกล่าว เขาดูเหมือนไม่สามารถรับมือกับการถูกจับตามองและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาใส่ตัวเขาและทีมได้"
“เราอาจได้เห็นเขาอำลาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนเดือนพฤศจิกายนเสียด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงการอยู่ไปจนถึงก่อนวันคริสต์มาสหรือช่วงปีใหม่” สแตนตัน ทิ้งท้าย