เอฟเวอร์ตันเตรียมเปลี่ยนมือ หลังกลุ่มฟรีดกินประกาศพิจารณาขายหุ้นควบคุมสโมสร ทั้งที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการเมื่อปลายปี 2024 ยืนยันพร้อมสนับสนุนทีมจนกว่าจะได้ผู้สืบทอดที่เหมาะสม
เอฟเวอร์ตัน ประกาศเปิดรับการลงทุนรูปแบบใหม่ รวมถึงการขายหุ้นที่มีอำนาจควบคุมสโมสรอย่างเป็นทางการ หลังกลุ่มฟรีดกิน (The Friedkin Group หรือ TFG) เจ้าของทีมชาวอเมริกัน ตัดสินใจพิจารณาทางเลือกสำหรับอนาคตของสโมสร แม้เพิ่งเข้าซื้อกิจการได้ไม่ถึง 2 ปี
กลุ่มฟรีดกิน ซึ่งนำโดย แดน ฟรีดกิน มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เข้าซื้อหุ้น 94.1 เปอร์เซ็นต์ของเอฟเวอร์ตันจาก ฟาร์ฮัด โมชิรี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2024 โดยเข้ามาช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้สโมสร พร้อมดูแลการย้ายสนามเหย้าครั้งสำคัญสู่ ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม รังเหย้าแห่งใหม่ของทีม
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดความขัดแย้งภายใน รวมถึงตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จน เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมมีตัวเลือกในการทำทีมอย่างจำกัด กลุ่มฟรีดกินจึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะพิจารณาเส้นทางบทใหม่ของเอฟเวอร์ตัน
กลุ่มฟรีดกินยืนยันว่า การพิจารณาขายครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะถอนตัวจากสโมสรในทันที โดยเจ้าของทีมจะยังคงให้การสนับสนุนทั้งด้านการเงินและการดำเนินงานอย่างเต็มที่ จนกว่าจะสามารถหาผู้สืบทอดที่เหมาะสมได้
นอกจากนี้ กลุ่มฟรีดกินยังระบุว่าจะพิจารณาข้อเสนอจากผู้ซื้อที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถเข้ามาบริหารสโมสรได้อย่างเหมาะสม และนำพาเอฟเวอร์ตันก้าวไปข้างหน้าในระยะยาวเท่านั้น
สำหรับโครงสร้างการบริหาร กลุ่มฟรีดกินดูแลเอฟเวอร์ตันผ่านบริษัทในสหราชอาณาจักรอย่าง ราวด์เฮาส์ แคปิตอล บิลดิงส์ ลิมิเต็ด โดยกลุ่มทุนดังกล่าวยังเป็นเจ้าของ โรมา ในอิตาลี และ กานส์ ในฝรั่งเศส ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับแผนจัดตั้งทีมฮอกกี้น้ำแข็งเอ็นเอชแอลในเมืองฮิวสตัน ซึ่งเป็นโครงการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การประกาศพิจารณาขายกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังกลุ่มฟรีดกินเข้าถือหุ้นใหญ่ของทีม "ทอฟฟี่เมน" เมื่อปลายปี 2024 โดยผลงานสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน การชำระหนี้ระยะสั้น และการดำเนินโครงการสนามเหย้าแห่งใหม่จนแล้วเสร็จ