ไมเคิ่ล คาร์ริค เก้าอี้ร้อนพุ่งขึ้นเต็ง 5 กุนซือพรีเมียร์ลีกโดนปลด จวกแหลกบอร์ด Ineos ไม่ต่อยอดเสริมทัพ ทำทีมทรงบอลหน้าเดียว
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า...
1. ล่าสุด หลังจากพ่ายแพ้ แมนฯ ซิตี้ ที่เหลือผู้เล่น 10 คน แบบคาบ้าน ไมเคิ่ล คาร์ริค พุ่งขึ้นมาเป็น 'เต็งห้า' ของผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีกที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งแล้วนะครับ
ส่วน 'เต็งหนึ่ง' ณ ตอนนี้ คือ อัลวาโร่ อาร์เบลัว (ฟูแล่ม) ตามมาด้วย แฟร้งค์ แลมพาร์ด (โคเวนทรี), โรแบร์โต้ เดอ แซร์บี้ (สเปอร์ส) และ ปิแอร์ ซาจ (คริสตัล พาเลซ)
2. ก่อนจะไปวิพากษ์ 'พี่ไมค์' ขอตำหนิไอ้พวกผู้บริหารเฮงซวยของ Ineos โทษฐานที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนต่อการเสริมทัพของปีศาจแดงในตลาดลูกหนังรอบที่ผ่านมา
พวกมึงให้สัญญากุนซือวัย 45 กะรัตผู้นี้อย่างถาวร ตอบแทนการนำทีมจบอันดับที่ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีกจนได้กลับไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง แต่กลับไม่ยอม 'ต่อยอด' หรือพยายามยกระดับทีมให้สูงขึ้น ด้วยผู้เล่นใหม่ในทุกแดน
นอกจากมิดฟิลด์ตัวกลางคนใหม่ 3 หน่อ เพื่อแย่งโควต้ากันลงคู่กับ ค็อบบี้ เมนู เพียงคนเดียว
3. ด้วยขุมกำลังที่จำกัดจำเขี่ย และขนาดทีมที่ไม่ได้ใหญ่และยาวมากนัก เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งในวรรณะเดียวกัน
นั่นหมายความว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค จะทำงานได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้น
แผงหลังมีปัญหาทั้งแผงทั้งเซ็นเตอร์แบ็ค และฟูลแบ็ค 2 ข้าง นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าทำไมถึงเสียประตูทุกนัด
หัวหอกตัวเป้า หรือเบอร์ 9 ขนานแท้ก็มีเพียงคนเดียว แถมมีอาการบาดเจ็บจนไม่ได้ลงเล่นในช่วงพรีซีซั่นสักนัด ผู้จัดการทีมต้องแก้ปัญหาด้วยการเอาผู้เล่นในตำแหน่งอื่นไปรับบทกองหน้าจำเป็น ซึ่งมันไม่เวิร์ค
4. ต่อเมื่อได้สัญญาอย่างถาวร ประหนึ่งถูกวิญญาณของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้าสิงร่าง
ไมเคิ่ล คาร์ริค ย่อมต้องติดตั้งปรัชญาลูกหนังของตัวเองให้ลูกทีม แตกต่างจากตอน 'รักษาการแทน' ที่แค่พยายาม 'เอาตัวรอด' หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปแบบนัดต่อนัด โดยไม่มีอะไรกดดันมากนัก
รูปแบบการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนมีเพียงแค่ 'หน้าเดียว' คือเล่นเพื่อรอจังหวะ 'เปลี่ยนผ่าน' หรือที่พากย์อังกฤษว่า 'ฟาสต์ เบรค'
ไอเดียในการโจมตี เวลาตัวเองเป็นฝ่ายครองบอลบุกก็ไม่มีอะไรหลากหลายมากกว่าออกบอลด้านข้างแล้วเปิดเข้ามา โดยไม่มีหัวหอกตัวเป้า รวมถึงภาวนาว่าเกมนั้น บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะโชว์ฟอร์มได้อย่างเฉิดฉาย
ทีเด็ดจากลูกตั้งเตะหายไปพร้อมการออกจากทีมไปของ กาเซมิโร่
นอกจากนี้ยังวางแผนการเล่นแบบกล้าๆ กลัวๆ คิดช้า แก้เกมช้า แถมเปลี่ยนตัวผู้เล่นแล้วมักจะประสบความล้มเหลวมากกว่าประสบความสำเร็จอีกตะหาก
ว่าแล้วก็ขอให้ย้อนกลับไปดูข้อ 2 และข้อ 3 ใหม่ ก็มันมีตัวแค่นี้อะ อส.
5. หลังเสียหมาในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ขบวนล่าสุด
กูรูลูกหนังอย่าง โอเว่น ฮากรีฟส์ บรรจงเอาเลื่อยไฟฟ้ายัดเข้าไปในรูทวารหนักของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ด้วยวิจารณ์แบบไม่เกรงใจเพื่อนร่วมทีมเก่าว่า...มือไม่ถึง และคงอยู่ในตำแหน่งพ่อใหญ่แห่ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้อีกไม่นาน
เรียนตามตรงว่าผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดงอย่างผมยังเอาใจช่วย 'พี่ไมค์' นะครับ หวังว่าเขาจะเอาตัวรอดจากวงจรนรกเดิมๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด
เพียงแต่ในบางวาบอารมณ์
ทำไมภาพใบหน้าของ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ หรือ เอ๊ดดี้ ฮาว มันดันผุดขึ้นมาในมโนสำนึกก็ไม่ทราบ ???