คาร์ริค ถึงกับรับไม่ได้! จวกคำตัดสิน VAR เกม แมนยู พ่าย แมนซิตี้ หลัง เอ็นโซ่ อยู่ตำแหน่งล้ำหน้าและพุ่งหา球ชัดเจน แต่กลับถูกมองว่าไม่มีส่วนกับการเล่น ก่อนนำไปสู่ประตูชัยของ ฮาลันด์
ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินและวีเออาร์ หลังเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ "ปีศาจแดง" เปิดบ้านแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา
เกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เต็มไปด้วยประเด็นดราม่า เริ่มจากจังหวะที่ ฟิล โฟเด้น ถูกใบแดงในครึ่งแรก จากการตอบโต้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก่อนจะมีจังหวะสำคัญในนาทีที่ 60 เมื่อ เออร์ลิง ฮาลันด์ ส่งบอลเข้าประตู
แม้ผู้ช่วยผู้ตัดสินจะยกธงล้ำหน้าในจังหวะแรก แต่วีเออาร์ตรวจสอบแล้วพบว่า ฮาลันด์ ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าและพยายามเล่นบอล แต่ผู้ตัดสินมองว่าไม่ได้มีส่วนร่วมกับการเล่น จึงยืนยันให้เป็นประตู
คาร์ริค ยอมรับว่าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว เพราะมองว่า เฟร์นานเดซ มีความพยายามเล่นบอลอย่างชัดเจน
"สับสนเหรอ? มันมากกว่านั้นเสียอีก เรามีทุกอย่างเพื่อช่วยให้ผู้ตัดสินตัดสินได้ถูกต้อง ทั้งจอมอนิเตอร์และทีมงานวีเออาร์ แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือการตีความกฎฟุตบอล"
กุนซือ "ปีศาจแดง" กล่าวต่อว่า
"ถ้าคนที่มีหน้าที่ตีความกฎฟุตบอล มองว่าการพุ่งเข้าหาบอลแบบนั้นไม่ใช่การมีส่วนร่วมกับการเล่น ทั้งที่มีผู้เล่นฝ่ายรับอยู่ตรงนั้น สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก หากนี่คือแนวทางการตีความกฎ"
คาร์ริค ยังย้ำว่า คำอธิบายของวีเออาร์ยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจมากขึ้น
"มันเป็นการตัดสินที่เหลือเชื่อ ผมไม่เข้าใจเลยหลังได้เห็นภาพช้า และคำอธิบายที่ออกมากลับยิ่งทำให้เรื่องนี้แย่ลง เพราะพวกเขาบอกว่าเขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับการเล่น ซึ่งสำหรับผมมันเหลือเชื่อจริง ๆ"
อย่างไรก็ตาม อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ยอมรับว่า แม้คำตัดสินจะส่งผลต่อเกม แต่ลูกทีมก็ต้องรับผิดชอบกับการใช้โอกาสของตัวเองเช่นกัน
"การตัดสินครั้งนี้อาจไม่ได้เปลี่ยนทั้งฤดูกาล แต่มันส่งผลอย่างมากต่อเกม และนี่ก็เป็นเกมใหญ่ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลยังอีกยาวไกล เราต้องกลับไปคว้าชัยชนะให้ได้ ซึ่งนั่นเป็นหน้าที่ของเรา"
ส่วนประเด็นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถใช้ความได้เปรียบจากการเล่นกับคู่แข่ง 10 คนเกือบตลอดทั้งเกมได้ คาร์ริค กล่าวว่า
"หลังจากนั้นมันขึ้นอยู่กับเราเองที่จะสร้างโอกาสและทำประตู แน่นอนว่าเราทำได้บ้าง แต่ยังไม่มากพอ"
"มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราเคยเห็นมาแล้วว่าในเกมใหญ่ ช่วงเวลาสำคัญสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ และวันนี้ก็เป็นแบบนั้น เราน่าจะสร้างโอกาสได้มากกว่านี้ เราเป็นทีมที่ดี และผมเชื่อว่าเราจะกลับมาคว้าชัยชนะได้อีกครั้ง" คาร์ริค กล่าว
ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินและวีเออาร์ หลังเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ "ปีศาจแดง" เปิดบ้านแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา
เกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เต็มไปด้วยประเด็นดราม่า เริ่มจากจังหวะที่ ฟิล โฟเด้น ถูกใบแดงในครึ่งแรก จากการตอบโต้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก่อนจะมีจังหวะสำคัญในนาทีที่ 60 เมื่อ เออร์ลิง ฮาลันด์ ส่งบอลเข้าประตู
แม้ผู้ช่วยผู้ตัดสินจะยกธงล้ำหน้าในจังหวะแรก แต่วีเออาร์ตรวจสอบแล้วพบว่า ฮาลันด์ ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าและพยายามเล่นบอล แต่ผู้ตัดสินมองว่าไม่ได้มีส่วนร่วมกับการเล่น จึงยืนยันให้เป็นประตู
คาร์ริค ยอมรับว่าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว เพราะมองว่า เฟร์นานเดซ มีความพยายามเล่นบอลอย่างชัดเจน
"สับสนเหรอ? มันมากกว่านั้นเสียอีก เรามีทุกอย่างเพื่อช่วยให้ผู้ตัดสินตัดสินได้ถูกต้อง ทั้งจอมอนิเตอร์และทีมงานวีเออาร์ แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือการตีความกฎฟุตบอล"
กุนซือ "ปีศาจแดง" กล่าวต่อว่า
"ถ้าคนที่มีหน้าที่ตีความกฎฟุตบอล มองว่าการพุ่งเข้าหาบอลแบบนั้นไม่ใช่การมีส่วนร่วมกับการเล่น ทั้งที่มีผู้เล่นฝ่ายรับอยู่ตรงนั้น สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก หากนี่คือแนวทางการตีความกฎ"
คาร์ริค ยังย้ำว่า คำอธิบายของวีเออาร์ยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจมากขึ้น
"มันเป็นการตัดสินที่เหลือเชื่อ ผมไม่เข้าใจเลยหลังได้เห็นภาพช้า และคำอธิบายที่ออกมากลับยิ่งทำให้เรื่องนี้แย่ลง เพราะพวกเขาบอกว่าเขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับการเล่น ซึ่งสำหรับผมมันเหลือเชื่อจริง ๆ"
อย่างไรก็ตาม อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ยอมรับว่า แม้คำตัดสินจะส่งผลต่อเกม แต่ลูกทีมก็ต้องรับผิดชอบกับการใช้โอกาสของตัวเองเช่นกัน
"การตัดสินครั้งนี้อาจไม่ได้เปลี่ยนทั้งฤดูกาล แต่มันส่งผลอย่างมากต่อเกม และนี่ก็เป็นเกมใหญ่ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลยังอีกยาวไกล เราต้องกลับไปคว้าชัยชนะให้ได้ ซึ่งนั่นเป็นหน้าที่ของเรา"
ส่วนประเด็นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถใช้ความได้เปรียบจากการเล่นกับคู่แข่ง 10 คนเกือบตลอดทั้งเกมได้ คาร์ริค กล่าวว่า
"หลังจากนั้นมันขึ้นอยู่กับเราเองที่จะสร้างโอกาสและทำประตู แน่นอนว่าเราทำได้บ้าง แต่ยังไม่มากพอ"
"มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราเคยเห็นมาแล้วว่าในเกมใหญ่ ช่วงเวลาสำคัญสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ และวันนี้ก็เป็นแบบนั้น เราน่าจะสร้างโอกาสได้มากกว่านี้ เราเป็นทีมที่ดี และผมเชื่อว่าเราจะกลับมาคว้าชัยชนะได้อีกครั้ง" คาร์ริค กล่าว