อาร์เซน่อล ยุค อาร์เตต้า เก๋าพรรษาครบเครื่องทุกองค์ประกอบ

อาร์เซน่อล ยุค อาร์เตต้า เก๋าพรรษาครบเครื่องทุกองค์ประกอบ
สรุปฟอร์ม อาร์เซน่อล ชนะ 3 นัดรวด! ส่องเกมรับแกร่งถูกยิงตรงกรอบแค่ 6 ครั้ง ขุมกำลังสุดโหด และความนิ่งในการปิดเกมที่ขอยกให้เป็นทีมโรคจิต

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า...

1. แชมป์เก่าอย่าง อาร์เซน่อล ลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก และฤดูกาลนี้ไปแล้ว 3 นัด ชนะทั้ง 3 นัด ยิงได้ 6 ประตู เสีย 1 ประตู 

แม้จะโดนทะลวงตาข่ายจนเสียความบริสุทธิ์ไปเรียบร้อย แต่สถิติที่น่าทึ่งคือพวกเขาถูกคู่แข่งยิงตรงกรอบไปแค่ 6 ครั้ง เท่านั้น !!!

จุดนี้สะท้อนถึงเกมรับอันแข็งแกร่งมาก อันเป็นพื้นฐานสู่ความสำเร็จ

2. เกมรุกของ 'เดอะ กันเนอร์ส' จากที่เห็นใน 3 เกมแรกก็ถือว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสูง โดยผมมองว่ามันอันตรายมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

จังหวะการเข้าทำมีรูปแบบและมากด้วยทีมเวิร์ค แถมนักเตะยังมีความสามารถเฉพาะตัวในการเอาตัวรอดอีกตะหาก 

6 ประตูที่กะซวกคู่แข่งอาจจะไม่ได้เยอะแยะอะไรมากมาย แต่ขอโทษนะครับ 

คือยังไม่มีประตูไหนที่ได้มาจากลูกเตะมุมเลย

ความหมายของผมคือพวกเขายังไม่ต้องใช้ลูกเตะมุมมาหากินเหมือนฤดูกาลที่แล้ว

3. แล้วดูขุมกำลังสำรองที่ มิเกล อาร์เตต้า มีอยู่ในมือซีครับ

บรูโน่ กีมาไรซ์ ยังหาทางเบียด ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ ลงเป็นตัวจริงไม่ได้เลย เช่นเดียวกับ เอเบเรชี่ เอเซ่ ที่ยังต้องวางตูดบนม้านั่งสำรอง

แล้วไหนจะ มิเกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, โนนี่ มาดูไอ้เจ๊ตเข้ และวิคตอร์ เยอเคเรส

เมื่อจำเป็นต้องเปลี่ยนตัว แก้เกม หรือตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน ผู้เป็นกุนซือมี 'ทางเลือก' มากมายหลายรูปแบบ โดยไม่เกิดความเหลื่อมล้ำมากนัก

4. เท่านั้นไม่พอ ณ ตอนนี้ มิเกล อาร์เตต้า คือผู้จัดการทีมที่แก่พรรษามากที่สุดในพรีเมียร์ลีก

พี่แกผ่านประสบการณ์ลุ้นแชมป์มาแล้วถึง 4 ฤดูกาลติดต่อกัน รวมถึงการทะลุถึงรอบชิงฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว 

ดังฉะนั้น เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่กดดัน และเสียดสี ความจัดเจนจะช่วยเขาให้รู้ว่าต้องทำอย่างไร หรือแก้ปัญหาแบบไหนมากกว่ากุนซือของคู่ขับเคี่ยว ไม่ว่าจะเป็น เอ็นโซ่ มาเรสก้า, ชาบี อลอนโซ่ หรือแม้แต่ อันโดนี่ อิราโอร่า

5. การศึกครั้งล่าสุดที่อัด เชลซี 2-1

พวกเขาถูกทีมเยือนขึ้นนำก่อน ตั้งแต่นกกระจอกยังไม่ทันปี้นกกระจิบ

สิ่งที่บังเกิดขึ้นต่อมาคือการครองเกมบุกบุกโหมกระหน่ำใส่คู่แข่งเป็นพายุอุกาบาตถล่มหัวสิงห์จนทวงประตูคืนกลับมาได้ โดยใช้เวลาไม่นานมากเกินไป ก่อนจะปรับ

'สปีดเกม' ลงมาให้ช้าลง เพื่อความแน่นอนมากขึ้น

หลังจากพลิกแซงนำเป็น 2-1 จนกระทั่งเข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย พวกเขาปรับโหมดการเล่นเป็นเกมรับอย่างรัดกุม เพื่อรักษาสกอร์ 

ประมาณว่าเมื่อถึงเวลาต้อง 'ปิดเกม'

นักเตะสายพันธุ์ปืนโตก็แสดงให้เห็นถึงวิธีการจัดการกับคู่แข่งบนความเยือกเย็นของตัวเอง ไม่มีสติแตก 

ลองย้อนไปดู แมนยูไนเต็ด ในเกมที่ทำประตูขึ้นนำ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ในนาทีที่ 88 แล้วคุณจะเห็นถึงความแตกต่างกันอย่างคมชัดในระบบ 4K

หัวใจอันแกร่งกล้าจัดเป็นกุญแจสำคัญสู่ความเป็นเลิศ

อาร์เซน่อล ที่ผมเห็นในฤดูกาลนี้ เข้าขั้นทีมโรคจิตเลยทีเดียว !!!

#บอบู๋



ที่มาของภาพ : Reuters
BY : บอ.บู๋
บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport