ข้อความบนผ้าพันคอแขวนตรงแผงลอยหน้าสนามบ่งบอกทุกอย่างถึงความคิดของเอฟเวอร์โตเนี่ยนต่อนักเตะหนุ่มรายหนึ่ง:
"Don't sell Armstrong, Harrison Armstrong you're going to have a riot on your hands"
สัปดาห์ก่อนข่าวที่ว่าบอร์ดเอฟเวอร์ตันตกลงรับข้อเสนอน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 40 ล้านปอนด์ ขอซื้อ แฮร์ริสัน อาร์มสตรอง ทำเอากองเชียร์เลือดสีน้ำเงินหัวร้อนกันใหญ่ กลุ่มที่เดินทางลงใต้ตามทีมไปบอร์นมัธได้แหกปากแสดงความรู้สึกมาด้วยบทเพลงตามข้อความข้างบน
ก็มันจะขายได้อย่างไรเด็กปั้นที่มีแววอนาคตไกล อาร์มสตรองโตมากับอะคาเดมีที่บางทีอาจจะดังเหมือน เวย์น รูนี่ย์ ก็ได้ ทีมที่มาติดต่อก็ไม่ใช่ทีมใหญ่อีกซะด้วย
พอเจอปฏิกิริยากองเชียร์ต่อต้านก็ทำให้เปลี่ยนใจปิดดีลในวันต่อมา...
แต่อีกนั่นแหละ จบประเด็นนี้ก็มีประเด็นถัดมาเข้ามาทันที เมื่อตลาดปิดลงทีมมีขุมกำลังเล็กลงกว่าเดิม นับเอาเฉพาะไม่รวมผู้รักษาประตูมีแค่ 18 คน ไม่มีกองหน้ากับแบ็กซ้ายสำรอง
มันเป็นไปได้อย่างไรครับกับสโมสรที่ทางเจ้าของตั้งเป้าหมายให้ทีมได้กลับไปเตะบอลยุโรป
ก็นึกภาพไม่ออกว่าถ้าทีมชุดนี้ไม่ได้คุมโดย เดวิด มอยส์ จะเป็นอย่างไรกัน? ไม่ใช่ว่ามอยส์เก่งเลิศเลอหรืออัจฉริยะ แต่อยากให้เปรียบเทียบกับตอนเขามาจากเปรสตันในภาคแรกก็ฟีลเดียวกัน ทีมไม่ได้มีเงินให้ใช้เยอะแต่ก็ปั้นให้ก้าวมาอยู่แถวๆ ท็อปเซเว่นได้เกือบตลอด
ในเกมลูกหนังมีคำกล่าวว่า "ทีมเล่นอย่างไรสะท้อนได้จากคาแรกเตอร์ของคนเป็นโค้ช"
มอยส์เองก็พูดเอาไว้ล่าสุด ตอนนี้ทุกคนต้องช่วยกัน ตั้งแต่เขา, สตาฟฟ์, นักเตะ และสำคัญที่สุดบรรดาแฟนบอลทั้งหลาย การตามตีเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สองครั้ง โดยประตู 2-2 ได้ในนาที 90+6 ก็น่าจะยืนยันได้ดีในระดับหนึ่ง
เกมที่แลกกัน (โอกาสรวมสองทีม 32 ครั้ง เอฟเวอร์ตัน 18, แมนฯ ยูไนเต็ด 14) แต่แน่นอนประสิทธิภาพของทางทีมเยือนย่อมดีกว่า ไม่ใช่แค่ชื่อชั้นหรือดีกรีของเหล่าตัวรุก ทว่าตัวสำรองที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค สามารถเลือกเปลี่ยนลงมาก็เช่นกัน
ง่ายๆ เบนยามิน เชชโก้ ที่ถูกส่งแทน มาเตอุส คุนญ่า ก็มาโขกประตู 2-1 ได้ มองไปอีกฝั่ง มอยส์ไม่มีออปชันแบบนี้ จำต้องให้ เธียร์โน่ แบร์รี่ ลงเต็มเกม
ในระยะยาวยังไงก็เป็นปัญหา ไม่ต้องคิดไกล สมมติแบร์รี่เกิดเจ็บขึ้นมาแล้วใครจะยืนหน้าเป้าให้ทีม
หัวอกมอยส์เจอทั้งขึ้นทั้งล่อง ก็มีแฟนบอลบางกลุ่มที่เชื่อว่าเขาเป็นโค้ชล้าสมัยไปแล้วกับฟุตบอลยุคนี้ ลองทีมแพ้ขึ้นมาก็คงเละไปทั่วโซเชียล อีกทางพวกกลุ่ม The Friedkin Group ก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะพัฒนาทีมจริง ข่าวเรื่องการมองหากลุ่มลงทุนใหม่ทำให้ทีมกลับสู่สภาวะสั่นคลอนอีกครั้ง
นี่เพิ่งได้เจ้าของใหม่มาไม่ครบสองปีเต็ม ต้องเปลี่ยนอีกแล้วหรือ?
มอยส์ไม่ใช่โค้ชเพอร์เฟกต์ครับ แต่เขามีคุณสมบัติที่เหมาะกับเอฟเวอร์ตันในตอนนี้ มีใจที่ผูกพัน มีความเข้าใจอารมณ์ที่พร้อมแปรปรวนของเอฟเวอร์โตเนี่ยน
เกมที่แล้วไล่ตีเสมอบอร์นมัธก็ตอนทดเจ็บ ผ่านมาสัปดาห์ก็ได้แต้มล้ำค่ากับจังหวะที่ถือว่าโอกาสสุดท้ายแล้วของเกมก็ได้
สปิริตอย่างเดียวอาจไม่สามารถทำให้ทีมประสบความสำเร็จ แต่คำสั้นๆ คำนี้ยังไงก็เป็นกุญแจสำคัญสู่การเดินทางถึงเส้นชัย
และเอฟเวอร์ตันเวลานี้จะขาดไม่ได้เด็ดขาด
"ไก่ป่า"