ยกภูเขาทองออกจากอก! แมนยู ขย่มยับ 5-2 VAR ให้ก็เอา ม้าขาวโดนปู้ยี่ปู้ยำ

ยกภูเขาทองออกจากอก! แมนยู ขย่มยับ 5-2 VAR ให้ก็เอา ม้าขาวโดนปู้ยี่ปู้ยำ
เจาะลึกการจัดทัพ 11 ตัวจริงของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ส่ง ค๊อบบี้ เมนู และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามเป็นตัวจริง ชี้ให้เห็นความแตกต่างของทรงบอลในแดนกลางที่ลื่นไหลและการเคลื่อนที่เกมรุกฝั่งซ้ายที่หวือหวากว่านัดแรกอย่างชัดเจน

แมนยูไนเต็ด เล่นในบ้านโดนนำก่อนด้วย แต่ไล่ต้อนผู้มาเยือนอย่าง อิปสวิช ทาวน์ ไปแบบเมามันหัวแม่ตีน 5-2 พร้อมการทำแฮตทริคของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

ต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอกนะจ๊ะ 

1. ไมเคิ่ล คาร์ริค จัด 11 ตัวจริงได้ถูกใจอย่างแรงตรงที่ส่ง ค๊อบบี้ เมนู ลงเป็นตัวจริงนี่แหละ เพราะไอ้หนูลงเมื่อไหร่ เกมในแดนกลางจะไหลลื่น และปีศาจแดงมักจะได้รับผลการแข่งขันที่ดี

เช่นเดียวกับการให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงแทนที่ แพทริค ดอร์กู นี่แหละ

รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด เหนือกว่าตั้งแต่แรก เพียงแต่ยังไม่กล้าโหมบุกแบบเต็มตัว ขณะที่ 'ม้าขาว' เน้นเกมรับรอสวนกลับโดยอาศัยผู้เล่นแผนกเกมรุก 4 ตัวบนที่มีความคล่องแคล่ว และรวดเร็วเป็นสำคัญ

2. จังหวะที่ อิปสวิช ขึ้นนำ 1-0 ลุค ชอว์ เสียเหลี่ยมอย่างจงหนักที่ถูกปีกขวาของคู่แข่งกระชากหนีแบบดื้อๆ และง่ายไปหน่อย

อารมณ์นั้น ผมสบถในใจสำเนียงแต้จิ๋วว่า 'เหี้ยขึ้นบ้าน' เพราะงานของพลพรรคอสูรแดงจะหนักยิ่งขึ้น เมื่อคู่แข่งถอยไปอุดประตู เกมรุกของพวกเขาเวลาครองบอลบุกยังมีความหลากหลายไม่มากพอ

ทว่ายังโชคดีที่ได้ 'ส้มหล่น' จากการลื่นล้มแบบไม่มีเหตุผลของมิดฟิลด์ตัวกลางคู่แข่ง ก่อนที่ มาเตอุส คุนญ่า จะฉกบอลควบไปแล้วไหล 'ไอ้หนวด' หวดด้วยซ้ายตุงตาข่าย

ประตูนี้สมบูรณ์แบบมากทั้งคนจ่าย และคนยิง

3. พอตีเสมอเป็น 1-1 ได้เร็วกว่าที่คิด ความมั่นใจก็กลับคืนมา 

ดังจะเห็นได้ว่าครึ่งหลัง ผู้เล่นพันธุ์อสูรกล้าเดินหน้าทำเกมรุกแบบไม่คิดมากเหมือนครึ่งแรก

จุดเปลี่ยนคือจังหวะที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยิงแฉลบกองหลังของ อิปสวิช เปลี่ยนทางเข้าประตู

ภาพช้าแสดงให้เห็นชัดเจนว่า 'แฮนด์บอล' 100% เต็ม ก่อนสับไก แต่ผู้ตัดสินให้ประตู ด้วยเหตุผลว่าฝ่ายรุกไม่ได้เจตนา แถมไม่ได้ยิงเข้าโดยตรง (คือถ้าไม่แฉลบก็ไม่ได้ประตู)

จริงๆ ถ้าผู้ตัดสินไม่ให้ประตูก็เข้าใจได้นะครับ ในเมื่อมันเหมือนใช้มือช่วยบังคับบอลจนได้สับไก

ต่อเมื่อ VAR ยืนยันว่าเป็นประตูก็ตามนั้น ใครไม่พอใจก็ลองกรี๊ดมันออกมาแล้วกัน เผื่อจะดีขึ้น 5555

4. หลังจากขึ้นนำ 2-1 มันเหมือนยกภูเขาทองออกจากอก โมเมนตั้มเหวี่ยงมาที่ แมนยูไนเต็ด แบบเต็มๆ ก่อนจะปู้ยี่ปู้ยำผู้มาเยือนแบบไม่มีความเกรงใจจนได้มาอีกถึง 3 ประตู

เฉพาะครึ่งหลัง เจ้าถิ่นบุกขย่มอยู่ข้างเดียวจนหาจังหวะจบได้มากกว่า 20 ครั้ง คิดเอา !!!

บรูโน่ แฟร์นันด์ส เฉิดฉาย นอกจากจะทำแฮตทริคแล้วยังทำแอสซิสต์ได้อีก 1 ครั้ง แต่ ค๊อบบี้ เมนู ก็โชว์ฟอร์มเปล่งปลั่งและสยองสยด ใช้ความคล่องแคล่วเชื่อมเกมช่วยให้เกมรุกลื่นไหลพลางพลิกบอลหนีคู่แข่งอย่างทะลุทะลวงดีนักแล

มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็ดูมีความมุ่งมั่นและตั้งใจมากขึ้น ช่วยให้เกมรุกฝั่งซ้ายหวือหวากว่า แพทริค ดอร์กู เยอะ

5. ต่อเมื่อทิ้งห่างถึง 5-1 แมนยูไนเต็ด ก็ถอนตีนจากคันเร่ง 

และด้วยความประมาทของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ แทนที่จะมีชัยแบบถล่มทลาย ด้วยสกอร์ 5-1 กลับทำให้ทีมต้องเสียไปอีก 1 ประตู ซะอย่างนั้น

เรียนตามตรงว่าน่าเขกกบาลยิ่งนัก

อย่างไรก็ตาม

การศึกครั้งนี้ เรด เดวิลส์ แสดงให้เห็นถึงการเล่นเกมรุกที่ทั้งผ่อนคลายและดุดันมากขึ้น แม้จะเป็นการเจอกับทีมน้องใหม่ในบ้านตัวเองก็ตาม

#บอบู๋



ที่มาของภาพ : Gettyimages
BY : บอ.บู๋
บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport