เคอร์เคซ-ฟริมปง ยังไม่นิ่ง! 4 เหตุผล ลิเวอร์พูล ยังเสี่ยงกับฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง

เคอร์เคซ-ฟริมปง ยังไม่นิ่ง! 4 เหตุผล ลิเวอร์พูล ยังเสี่ยงกับฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง
มิลอส เคอร์เคซ และ เจเรมี่ ฟริมปง ยังไม่สามารถยกระดับเกมริมเส้นของ ลิเวอร์พูล ได้อย่างที่คาด ทั้งเกมรุกและเกมรับยังมีปัญหา ขณะที่ตัวเลือกสำรองก็มีจำกัด กลายเป็นอีกโจทย์ใหญ่ที่ อันโดนี่ อิราโอล่า ต้องเร่งแก้ไข

หนึ่งในตำแหน่งที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดหลังเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกเสมอ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-2 ก็คือ ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง เมื่อ มิลอส เคอร์เคซ และ เจเรมี่ ฟริมปง ยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างที่แฟนบอลคาดหวัง ส่งผลต่อทั้งเกมรุกและเกมรับของทัพ "หงส์แดง"

แม้จะเป็นเพียงเกมแรกในยุคของ อันโดนี่ อิราโอล่า และทีมยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่หลายจุดที่เกิดขึ้นในเกมนี้สะท้อนให้เห็นว่า ลิเวอร์พูล ยังมีการบ้านอีกมาก โดยเฉพาะการเล่นจากพื้นที่ริมเส้น

1. ปัญหาไม่ได้มีแค่กองกลางตัวรับ

แม้ ลิเวอร์พูล จะเก็บ 1 คะแนนออกจากเซนต์ เจมส์ พาร์ค ได้ แต่รูปเกมยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์ โดยเฉพาะการโจมตีจากด้านข้าง

เคอร์เคซ และ ฟริมปง มีสถิติการสัมผัสบอลและระยะทางวิ่งใกล้เคียงกัน รวมถึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในแดนของ นิวคาสเซิ่ล แต่กลับเปลี่ยนความได้เปรียบเหล่านั้นให้เป็นโอกาสอันตรายไม่ได้

ตัวเลขที่น่ากังวลคือ ลิเวอร์พูล ครอสบอลเข้าเป้าได้เพียง 1 ครั้ง ตลอดทั้งเกม สะท้อนว่าประสิทธิภาพของเกมริมเส้นยังต่ำกว่ามาตรฐานอย่างชัดเจน

2. จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคม

ข้อมูลจาก FotMob ระบุว่า ฟริมปง เปิดบอล 5 ครั้ง เข้าเป้าเพียง 1 ครั้ง ส่วน เคอร์เคซ เปิดบอล 2 ครั้ง แต่ไม่เข้าเป้าเลย

ด้านการวางบอลยาว ทั้งสองคนพยายามรวมกัน 11 ครั้ง แต่จ่ายเข้าเป้าเพียง 5 ครั้ง ขณะที่ เคอร์เคซ เสียการครองบอล 3 ครั้ง ส่วน ฟริมปง สร้างโอกาสให้ทีมได้ 3 ครั้งตามนิยามของ FotMob

อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้เกิดจากฟูลแบ็กเพียงอย่างเดียว เพราะผู้เล่นแนวรุกก็เคลื่อนที่ได้ไม่ดีพอ

โดยเฉพาะ ริโอ เอ็นกูโมฮา ที่ไม่สามารถเอาชนะ ลูอิส ฮอลล์ ได้ ทำให้ต้องจ่ายบอลคืนให้ ฟริมปง หลายครั้ง ส่งผลให้แบ็กขวาทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ต้องเปิดบอลจากพื้นที่ที่ลึกเกินไป

จึงอาจกล่าวได้ว่า ปัญหาของ ลิเวอร์พูล อยู่ที่ การประสานงานริมเส้นทั้งระบบ มากกว่าจะโทษฟูลแบ็กเพียงสองคน

3. เกมรับยังน่าเป็นห่วง

ผลงานเกมรับของฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งก็ยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับเกมสวนกลับอันรวดเร็วของ นิวคาสเซิ่ล

เคอร์เคซ รับมือ แอนโธนี่ เอลังก้า ได้ลำบาก และปล่อยให้แนวรุกชาวสวีเดนวิ่งทำทางจนยิงประตูขึ้นนำได้

สถิติระบุว่า แบ็กซ้ายทีมชาติฮังการีชนะการดวลบนพื้นเพียง 4 จาก 10 ครั้ง แม้จะเรียกบอลกลับคืนมาได้ 3 ครั้งก็ตาม

ฝั่ง ฟริมปง ก็เจองานหนักไม่แพ้กัน โดยชนะการดวลบนพื้นเพียง 2 จาก 7 ครั้ง และถูกคู่แข่งเลี้ยงผ่านถึง 2 ครั้ง

แม้จะต้องยอมรับว่า นิวคาสเซิ่ล มีแนวรุกที่รวดเร็วอย่าง เอลังก้า และ วิลเลียม โอซูล่า แต่ผลงานของฟูลแบ็ก ลิเวอร์พูล ก็ถือเป็นสัญญาณที่น่ากังวล

4. ตัวเลือกสำรองยังมีจำกัด

สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วงเมื่อ ลิเวอร์พูล แทบไม่มีทางเลือกในตำแหน่งแบ็กขวา

คอเนอร์ แบรดลี่ย์ ยังบาดเจ็บและคาดว่าจะพักยาวจนถึงช่วงหลังคริสต์มาส ทำให้ ฟริมปง เป็นตัวเลือกธรรมชาติเพียงคนเดียว

แม้จะมี โรนัลด์ อเราโฮ ที่สามารถขยับมาเล่นได้ แต่โดยธรรมชาติแล้วเขาเป็นเซนเตอร์แบ็ก และมีสไตล์การเล่นแตกต่างจาก ฟริมปง อย่างสิ้นเชิง

ส่วนฝั่งซ้าย เคอร์เคซ ยังต้องพิสูจน์เรื่องความสม่ำเสมอ ซึ่ง ลิเวอร์พูล หวังว่า อิราโอล่า จะช่วยดึงศักยภาพของลูกทีมรายนี้ออกมาได้ เหมือนที่เคยทำร่วมกันสมัยอยู่ บอร์นมัธ

เวลานี้ ลิเวอร์พูล กำลังรับความเสี่ยงกับตำแหน่งฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง แต่หากระบบการเล่นโดยรวมเริ่มลงตัว และนักเตะประสานงานกันได้ดีขึ้น ปัญหาเหล่านี้ก็น่าจะค่อย ๆ คลี่คลายลงตามลำดับ



ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport