ทั้งแกร่ง เร็ว เด่นลูกกลางอากาศ แถมเล่นแบ็กขวาได้ โรนัลด์ อเราโฮ มีหลายอย่างที่ ลิเวอร์พูล ต้องการ แต่ระบบ “ไฮบริด เพรสซิ่ง” ของ อิราโอล่า คือบททดสอบสำคัญว่าเขาจะทดแทน โกนาเต้ ได้จริงหรือไม่
ลิเวอร์พูล ตัดสินใจดึง โรนัลด์ อเราโฮ มาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญายืมตัว พร้อมออปชั่นซื้อขาด เพื่อแก้ปัญหาแนวรับหลังเสีย อิบราฮิม่า โกนาเต้ ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด
แม้ชื่อชั้นและประสบการณ์ของกองหลังทีมชาติอุรุกวัยจะไม่ต้องพิสูจน์ แต่คำถามสำคัญคือ เขาจะเข้ากับระบบของ อันโดนี่ อิราโอล่า ได้ดีเพียงใด
ด้วยส่วนสูง 191 เซนติเมตร พละกำลังที่โดดเด่น และความเร็วในระดับเซนเตอร์แบ็กแถวหน้า อเราโฮ คือกองหลังที่เล่นเกมรับแบบเผชิญหน้าคู่แข่งได้อย่างแข็งแกร่ง
สถิติจาก DataMB แสดงให้เห็นว่า เขาเป็นกองหลังที่ถนัดการป้องกันพื้นที่ด้านหลัง รอจังหวะเข้าปะทะมากกว่าพุ่งเข้าชนแบบเสี่ยง ๆ และมีอัตราชนะลูกกลางอากาศสูงถึง 71 เปอร์เซ็นต์
นั่นคือสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องการอย่างมาก หลังมีปัญหาในการรับมือจังหวะลูกตั้งเตะและลูกกลางอากาศตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา
ในด้านการครองบอล อเราโฮ ผ่านบอลสำเร็จประมาณ 86 เปอร์เซ็นต์ แม้จะไม่ได้เป็นเซนเตอร์แบ็กสายสร้างเกม แต่ก็เล่นง่าย ไม่เสียบอล และส่งต่อหน้าที่ให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เลือก อเราโฮ คือความพร้อมในการลงสนาม
เมื่อ เฌเรมี่ ฌักเกต์ ยังไม่สมบูรณ์ และ โจวานนี่ เลโอนี่ เพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า (ACL) กองหลังชาวอุรุกวัยจึงเป็นตัวเลือกที่สามารถเสียบแทน โกนาเต้ ได้ทันที
หากเทียบสไตล์การเล่น ทั้ง อเราโฮ และ โกนาเต้ ต่างมีจุดเด่นคล้ายกัน ทั้งความแข็งแกร่ง การดวลตัวต่อตัว ความเร็วในการป้องกันพื้นที่ และการรับมือแนวรุกที่คล่องตัว
สิ่งนี้สะท้อนผ่านคำพูดของ วินิซิอุส จูเนียร์ ที่เคยยกย่องว่า อเราโฮ คือหนึ่งในกองหลังที่รับมือเขาได้ดีที่สุด โดย บาร์เซโลน่า ถึงขั้นขยับเจ้าตัวไปเล่นแบ็กขวาในบางเกมเพื่อประกบแนวรุกทีมชาติบราซิลโดยเฉพาะ
นอกจากตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแล้ว อเราโฮ ยังสามารถขยับไปเล่นแบ็กขวาได้ หากทีมมีปัญหาตัวผู้เล่น
ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญในช่วงที่ ลิเวอร์พูล ยังต้องรอการกลับมาของ คอเนอร์ แบรดลีย์ และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดทีมของ อิราโอล่า
แม้จะมีคุณสมบัติหลายอย่างตรงกับความต้องการของ ลิเวอร์พูล แต่ อเราโฮ ยังต้องใช้เวลาปรับตัวกับระบบของ อิราโอล่า
ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ที่ บาร์เซโลน่า แนวรับจะรักษาไลน์ร่วมกัน เน้นการดันขึ้นเล่นกับดักล้ำหน้า และยืนตำแหน่งอย่างเป็นระบบ
ตรงกันข้าม ระบบของ อิราโอล่า มีรายละเอียดซับซ้อนกว่า โดยเฉพาะ "ไฮบริด เพรสซิ่ง" ที่กำหนดให้เซนเตอร์แบ็กต้องกล้าดันขึ้นกดดันผู้เล่นคู่แข่ง บางจังหวะถึงขั้นตามประกบกองหน้าขึ้นไปถึงแดนกลาง ก่อนต้องรีบถอยกลับมาป้องกันพื้นที่ด้านหลัง
รูปแบบนี้แตกต่างจากสิ่งที่ อเราโฮ คุ้นเคย และอาจต้องอาศัยเวลาทำความเข้าใจทั้งจังหวะการเพรส การเลือกเข้าปะทะ และการอ่านเกมในระบบใหม่
อีกมุมหนึ่ง มีความเป็นไปได้ว่า อิราโอล่า จะปรับแนวทางบางส่วนให้เหมาะกับขุมกำลังที่มี
ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่า หากต้องการพา ลิเวอร์พูล ลุ้นแชมป์อย่างต่อเนื่อง กุนซือชาวสเปนอาจต้องเพิ่มความยืดหยุ่นให้ระบบการเล่น โดยเฉพาะช่วงที่ทีมครองบอลและการบริหารจังหวะเกม
การลดความเสี่ยงจากการไล่เพรสสูงตลอดเวลา พร้อมปรับแนวรับให้รักษาระยะเป็นระบบมากขึ้น อาจทำให้ ลิเวอร์พูล มีความสมดุลกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็ช่วยดึงศักยภาพของ อเราโฮ ออกมาได้เต็มที่
โรนัลด์ อเราโฮ ไม่ใช่กองหลังที่เข้ากับระบบของ อันโดนี่ อิราโอล่า ได้แบบสมบูรณ์ทันที แต่ด้วยคุณสมบัติด้านความแข็งแกร่ง ความเร็ว การดวลตัวต่อตัว และการเล่นลูกกลางอากาศ เขามีศักยภาพมากพอที่จะกลายเป็นกำลังหลักของ ลิเวอร์พูล
สิ่งสำคัญคือการปรับตัวเข้ากับรายละเอียดทางแท็กติก และหากทั้งนักเตะกับกุนซือสามารถหาจุดสมดุลร่วมกันได้ อเราโฮ ก็มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของแนวรับ "หงส์แดง" ในยุคของ อันโดนี่ อิราโอล่า