มนุษย์ทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มีจุดแข็งก็ต้องมีจุดอ่อน เช่นเดียวกับ วินิซิอุส จูเนียร์ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่เก่งฉลาจในแนวรุกโดยเฉพาะริมเส้นฝั่งซ้าย แต่ก็มีข้อบกพร่องที่ทำให้ มิเกล อาร์เตต้า ต้องวิเคราะห์ เพื่อสามารถประเมินและปรับนักเตะให้เหมาะสมกับแท็กติกของ อาร์เซน่อล
มนุษย์ทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มีจุดแข็งก็ต้องมีจุดอ่อน เช่นเดียวกับ วินิซิอุส จูเนียร์ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่เก่งฉลาดในแนวรุกโดยเฉพาะริมเส้นฝั่งซ้าย แต่ก็มีข้อบกพร่องที่ทำให้ มิเกล อาร์เตต้า ต้องวิเคราะห์ เพื่อสามารถประเมินและปรับนักเตะให้เหมาะสมกับแท็กติกของ อาร์เซน่อล
เมื่อพูดถึง "วินิ" ประเด็นที่มักถูกหยิบยกขึ้นมามีอยู่ 2 เรื่องหลัก คือ การเล่นเกมรับเมื่อทีมไม่มีบอล และความกังวลว่าเขาอาจสร้างปัญหาภายในห้องแต่งตัว ซึ่งข้อหลังนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเลยทีเดียว
แม้ข้อกังวลทั้งสองจะไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้เหตุผล แต่บ่อยครั้งก็ถูกขยายความจนดูรุนแรงกว่าความเป็นจริง ในแง่ของเกมรับ วินิซิอุสมีจุดที่ต้องปรับปรุงจริง แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
ดาวเตะทีมชาติบราซิลมีค่าเฉลี่ย 14.2 ครั้งต่อเกม ในการเพรสซิ่งคู่แข่งบริเวณพื้นที่สุดท้ายของสนาม ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของ โนนี่ มาดูเอเก้, บูกาโย่ ซาก้า, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ (ย้ายไปแล้ว) เสียอีก
ดังนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขาไม่ขยันหรือไม่วิ่งไล่บอล แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ประสิทธิภาพของการเพรสซิ่ง เพราะหลายครั้งการไล่กดดันของเขาไม่ได้จบลงด้วยการแย่งบอลคืน หรือบีบให้คู่แข่งเล่นพลาดได้ทันที
ตัวเลขสถิติดังกล่าวสอดคล้องกับสิ่งที่เห็นในสนาม วินิซิอุสมีความตั้งใจที่จะเพรสซิ่ง แต่เขายังเลือกจังหวะเข้ากดดันได้ไม่ดีนัก การตัดสินใจของเขาในช่วงไม่มีบอลมักอาศัยสัญชาตญาณมากกว่าการยึดตามโครงสร้างแท็กติกของทีม
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ปัญหาไม่ใช่การไม่เคลื่อนที่ แต่เป็นการเคลื่อนที่โดยขาดความเป็นระบบ ซึ่งทำให้การเพรสซิ่งของเขาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
จุดอ่อนของวินิซิอุสแตกต่างจาก คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และอาจแก้ไขได้ในระบบของอาร์เซน่อล
ปัญหาของสตาร์ทีมชาติบราซิลแตกต่างจากผู้เล่นอย่างเอ็มบัปเป้ ซึ่งมักมีส่วนร่วมกับเกมรับน้อยกว่า จากการตัดสินใจของตัวเอง แม้ทั้งสองกรณีจะสร้างความท้าทายให้กับทีมเหมือนกัน แต่สาเหตุของปัญหานั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
หากย้ายมาอยู่กับ "เดอะ กันเนอร์ส" วินิซิอุสจะได้เล่นในระบบเพรสซิ่งที่มีแบบแผนและเป็นระบบมากกว่า โดยมีเพื่อนร่วมทีมที่เข้าใจจังหวะการเข้ากดดัน และพร้อมช่วยกันเล่นเกมรับเมื่อไม่มีบอล
ดังนั้น แม้บางครั้งเขาอาจเลือกจังหวะเพรสซิ่งผิดพลาด เพื่อนร่วมทีมก็ยังสามารถช่วยซ้อนและปิดพื้นที่ได้
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสไม่น้อยที่การได้เล่นในสภาพแวดล้อมแบบนี้ จะช่วยให้วินิซิอุสพัฒนาและยกระดับวินัยในการเล่นเกมรับของตัวเองได้อีกด้วย
อีกหนึ่งข้อกังวลคือบุคลิกของวินิซิอุสและความเชื่อที่ว่าเขาอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศภายในห้องแต่งตัว
ต้องยอมรับว่า การกระทำหรือปฏิกิริยาบางอย่างของวินิซิอุสในอดีต โดยเฉพาะการยั่วยุแฟนบอลคู่แข่ง รวมถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ชาบี อลอนโซ่ ไม่สามารถปกป้องหรือหาเหตุผลมารองรับได้ทั้งหมด
อย่างก็ตาม อีกด้านหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยม ที่วินิซิอุสมีต่อเพื่อนร่วมทีมมาโดยตลอด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีประเด็นด้านอารมณ์หรือพฤติกรรมในบางสถานการณ์ แต่เขาก็ยังได้รับการยอมรับและมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับคนภายในทีมอยู่เสมอ