เอลเลียต แอนเดอร์สัน เปิดใจหลังย้ายจาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ ยก “เรือใบสีฟ้า” เป็นราชาแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ พร้อมเผยต้องการพิสูจน์ตัวเองในระดับสูงสุดและลุ้นความสำเร็จร่วมกับทีม
เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดใจหลังย้ายมาร่วมทัพ “เรือใบสีฟ้า” อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,104 ล้านบาท เมื่อวันพุธที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา
มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี ย้ายมาจาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ พร้อมเซ็นสัญญากับ แมนฯ ซิตี้ เป็นเวลา 5 ปี หรือจนถึงปี 2031
แอนเดอร์สัน ยกย่องต้นสังกัดใหม่ว่าเป็นทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ในเมืองแมนเชสเตอร์มาอย่างยาวนาน หลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัยภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และจบอันดับเหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอด 13 ฤดูกาลที่ผ่านมา
“ตั้งแต่ผมรู้จักเมืองแมนเชสเตอร์มา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือราชาของเมืองนี้มาโดยตลอด”
“ซิตี้เป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และขุมกำลังที่พวกเขามีก็น่าทึ่งมาก แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง ทันทีที่ผมรู้ว่าพวกเขาต้องการตัว ผมก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำให้การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นให้ได้”
กองกลางทีมชาติอังกฤษยังเผยว่า วัฒนธรรมแห่งชัยชนะและความสำเร็จของ แมนฯ ซิตี้ เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจย้ายมาเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม
“ผมคิดว่าพวกเขาคือทีมที่เต็มไปด้วยผู้ชนะ มีความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ และนั่นคือทีมที่ผมอยากเป็นส่วนหนึ่ง”
“ทีมที่เป็นแชมป์และคว้าแชมป์รายการต่าง ๆ ได้อยู่เสมอ ตลอดช่วง 10-12 ปีที่ผ่านมา พวกเขาครองความยิ่งใหญ่ ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมอยากย้ายมาที่นี่”
แอนเดอร์สัน กล่าวเพิ่มเติมว่า การย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเปิดโอกาสให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองในระดับสูงสุด พร้อมพัฒนาฝีเท้าท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสำเร็จ
“ในฐานะนักฟุตบอล คุณย่อมต้องการพิสูจน์ตัวเองในระดับสูงสุด และการได้อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ผมมีโอกาสนั้น”
“จากมุมมองของคนนอก สโมสรแห่งนี้ดูแลนักเตะเป็นอย่างดี และสร้างสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพัฒนาฝีเท้า ความสำเร็จที่พวกเขาทำได้ รวมถึงรูปแบบการเล่นตลอดช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างแท้จริง”