มาร์คัส แรชฟอร์ด หมดเงื่อนไขค่าฉีกสัญญา 40 ล้านปอนด์แล้ว หลังไม่มีสโมสรใดยื่นซื้อทันเส้นตาย 15 ก.ค. ขณะที่อนาคตกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเปิดกว้าง ท่ามกลางความสนใจจากหลายทีม
อนาคตของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาพิเศษมูลค่า 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,860 ล้านบาท) หมดอายุลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
เงื่อนไขดังกล่าวเปิดทางให้สโมสรที่สนใจสามารถคว้าตัวดาวเตะวัย 28 ปีได้ทันทีด้วยการจ่ายค่าตัวตามที่กำหนด โดยไม่ต้องเจรจากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยกเว้นเพียง 2 ทีมคู่อริอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ซึ่งถูกยกเว้นจากเงื่อนไขนี้
ต่อเมื่อไม่มีสโมสรใดใช้เงื่อนไขดังกล่าวก่อนถึงกำหนดเส้นตาย ทำให้ทีมใดก็ตามที่ต้องการคว้า แรชฟอร์ด จากนี้ไป จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจาค่าตัวกับบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" โดยตรง
ขณะเดียวกัน รายงานระบุว่า แรชฟอร์ด ได้ปฏิเสธข้อเสนอจากหลายสโมสรต่างประเทศ แม้จะมีมูลค่าสัญญาสูงกว่าค่าเหนื่อยที่เขาได้รับอยู่กับ ยูไนเต็ด ในปัจจุบันก็ตาม
ก่อนหน้านี้ กองหน้าทีมชาติอังกฤษใช้เวลาฤดูกาล 2025/26 กับ บาร์เซโลนา ด้วยสัญญายืมตัว และมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้สำเร็จ แต่สโมสรจากแคว้นกาตาลุนย่าเลือกไม่ใช้เงื่อนไขซื้อขาดมูลค่า 26 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,209 ล้านบาท) ก่อนหมดอายุในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แล้วหันไปคว้าตัว แอนโธนี กอร์ดอน จาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แทน
หลังเสร็จสิ้นภารกิจกับทีมชาติอังกฤษ แรชฟอร์ด มีกำหนดกลับมารายงานตัวที่ศูนย์ฝึก แคร์ริงตัน ภายหลังพักร้อนช่วงสั้น ๆ โดยจะเข้ารับการประเมินจาก ไมเคิ่ล คาร์ริค ซึ่งมีรายงานว่ายังคงเปิดโอกาสให้นักเตะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่
แม้โอกาสอยู่ค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไปจะเพิ่มขึ้น จากสัญญาที่มีถึงปี 2028 แต่ ยูไนเต็ด ยังพร้อมพิจารณาข้อเสนอจากสโมสรระดับท็อป หากมีการยื่นเข้ามา ขณะที่สโมสรก็กำลังติดตามสถานการณ์ของ ครีเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ปีกจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในฐานะหนึ่งในตัวเลือกเสริมทัพที่เป็นไปได้