ซีอีโอแมนยูปกป้อง อโมริม ชี้สมควรได้เครดิต แม้สุดท้ายถูกปลด

ซีอีโอแมนยูปกป้อง อโมริม ชี้สมควรได้เครดิต แม้สุดท้ายถูกปลด
โอมาร์ เบร์ราด้า ซีอีโอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยัน รูเบน อโมริม ควรได้รับเครดิตจากผลงานหลายด้าน โดยเฉพาะการยกระดับวินัยและมาตรฐานในห้องแต่งตัว แม้สุดท้ายจะไม่ประสบความสำเร็จและต้องอำลาตำแหน่ง

โอมาร์ เบร์ราด้า ประธานบริหารสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาปกป้อง รูเบน อโมริม อดีตผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส โดยยืนยันว่าเจ้าตัวสมควรได้รับเครดิตจากหลายสิ่งที่ทำเอาไว้กับสโมสร แม้สุดท้ายจะไม่สามารถพาทีมไปถึงเป้าหมายและต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งก็ตาม

อโมริม เข้ามารับงานคุมทัพ "ปีศาจแดง" เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2024 ท่ามกลางความคาดหวังสูงจากแฟนบอล แต่ตลอดช่วงเวลาการทำงาน เจ้าตัวต้องเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับระบบการเล่นและผลงานของทีม ก่อนถูกปลดจากตำแหน่งในเดือนมกราคม 2026

หลังจากนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามารับหน้าที่กุนซือ และสามารถพาทีมพลิกสถานการณ์จนคว้าตั๋วไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม เบร์ราด้า มองว่าการประเมินผลงานของ อโมริม ไม่ควรตัดสินจากผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว

"ผมไม่ได้มองว่าเรื่องนี้มีแค่ถูกหรือผิด เพราะเพียงแค่ผลลัพธ์สุดท้ายไม่ได้ออกมาอย่างที่เราคาดหวัง ไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดเสมอไป"

"ผมคิดว่า รูเบน สมควรได้รับเครดิตอย่างมากในหลาย ๆ เรื่อง"

ซีอีโอ "ปีศาจแดง" ยังชี้ว่า อโมริม ต้องทำงานท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ยังสามารถช่วยยกระดับมาตรฐานภายในทีมได้อย่างชัดเจน

"เขาต้องเผชิญกับฤดูกาลที่ยากลำบาก และทำงานท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยนัก"

"อย่างไรก็ตาม เขามีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานและวินัยภายในห้องแต่งตัวของทีม ดังนั้นผมคิดว่าเขาสมควรได้รับเครดิตอย่างมากในเรื่องนั้น"

นอกจากนี้ เบร์ราด้า ยังเชื่อมั่นว่า อโมริม จะประสบความสำเร็จในอาชีพผู้จัดการทีมต่อไปในอนาคต แม้เส้นทางกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะจบลงแล้วก็ตาม

"ผมเชื่อจริง ๆ ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในเส้นทางการเป็นผู้จัดการทีม และขออวยพรให้เขาโชคดีกับทุกก้าวต่อจากนี้"

"อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกว่าทีมจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง และท้ายที่สุดการตัดสินใจครั้งนั้นก็ให้ผลลัพธ์ที่ดี เมื่อเราได้ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามารับงาน" เบร์ราด้า กล่าว



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport