การตัดสินใจรั้งตัว อาร์เน่อ ให้คุม ลิเวอร์พูล ต่อไปในฤดูกาลหน้า เป็นประเด็นที่ชวนให้ตั้งคำถามไม่น้อย เหตุผลที่น่ากังวลมันก็คือ ปัญหาด้านแท็กติกและการเตรียมทีมยังคงเป็นจุดที่ถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง
ลิเวอร์พูล มักขาดระเบียบวินัยในเกมรับ เปิดช่องโหว่ตรงแดนกลางให้คู่แข่งเล่นงานได้ง่าย
ขณะเดียวกัน อาร์เน่อ ก็ถูกมองว่าเตรียมทีมมาไม่ดีพอในการรับมือกับแผนของคู่แข่ง
ตัวอย่างชัดเจนคือเกมกับ แมนยู ที่ทีมไม่สามารถรับมือกับแผนรอสวนกลับ และสุดท้ายกลับพาตัวเองสู่เกมของคู่แข่งเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อีกหนึ่งข้อกังวลคือการมองไม่เห็นปัญหาหลักของผู้เล่น
อาร์เน่อ ถูกตั้งคำถามว่าไม่สามารถระบุได้ว่าจุดใดคือรากของปัญหาในทีม
กรณีของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ คือภาพสะท้อนที่ชัดเจน เมื่อเขายังคงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องทั้งที่สภาพร่างกายและความเร็วตกลงไปอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นจุดอ่อนในเกมรับ
ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ ซึ่งอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า กลับถูกลดบทบาทลงจนถึงขั้นมีข่าวย้ายทีม
มิติของการแก้เกม อาร์เน่อ ยังถูกมองว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ขาดความยืดหยุ่น หรือในลักษณะโค้ชที่ทำผลงานได้ดีเฉพาะตอนที่ทุกอย่างเป็นใจ แต่เมื่อเจอสถานการณ์ยากลำบากกลับรับมือไม่ได้
ซึ่งแตกต่างจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่สามารถดึงศักยภาพทีมออกมาได้แม้ในสถานการณ์ไม่สมบูรณ์แบบ
อาร์เน่อ ดูเหมือนต้องการเงื่อนไขที่พร้อมทุกด้านจึงจะพาทีมประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเรื่องยากในฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
แม้ฤดูกาลก่อนเขาจะพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ แต่หากพิจารณาในรายละเอียด จะเห็นว่าสัญญาณฟอร์มตกเริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนั้น
และต่อเนื่องมาจนถึงฤดูกาลปัจจุบันที่ ลิเวอร์พูล แพ้ไปแล้วถึง 19 นัดทุกรายการ พร้อมกับระดับความเข้มข้นที่ลดลงอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน การทุ่มเงินเสริมทัพก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างที่คาดหวัง
แม้สโมสรจะลงทุนกว่า 100 ล้านปอนด์คว้าตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เข้ามา แต่ผลงานโดยรวมกลับแย่ลงกว่าเดิม สะท้อนว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวผู้เล่นเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ฝั่งของ เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป ยังเลือกสนับสนุน อาร์เน่อ ต่อไป โดยมีเหตุผลสำคัญหลายประการ
การเปรียบเทียบระหว่าง อาร์เน่อ และ อลอนโซ่ ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
อลอนโซ่ สร้างผลงานระดับมหัศจรรย์ด้วยการพา เลเวอร์คูเซ่น คว้าแชมป์บุนเดสลีกา
ขณะที่ อาร์เน่อ ก็เคยพา เฟเยนูร์ด ซึ่งไม่ใช่ทีมเต็งอันดับหนึ่ง คว้าแชมป์ลีกดัตช์ได้สำเร็จ และทั้งคู่ยังเคยเข้าชิงฟุตบอลยุโรปก่อนจะจบด้วยการเป็นรองแชมป์เช่นเดียวกัน
แม้ อลอนโซ่ จะได้รับคำชมในเรื่องการบริหารคน แต่ก็ยังมีคำถามว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกับผู้จัดการทีมชั้นนำอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือ เจอร์เก้น คล็อปป์ แล้วหรือไม่ ทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เป็นหลักประกันของความสำเร็จ
อีกมุมหนึ่งคือแนวคิดการอยู่กับผู้จัดการทีมที่รู้ข้อดีข้อเสียกันดีแล้ว อาจปลอดภัยกว่าการเสี่ยงกับตัวเลือกใหม่ที่ยังไม่แน่นอน
เพราะสิ่งที่ดูเหมือนการยกระดับในสายตาคนนอก อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอไป
อย่างไรก็ตาม อลอนโซ่ มีข้อได้เปรียบในแง่ความสัมพันธ์กับแฟนบอลลิเวอร์พูล ซึ่งอาจทำให้เขาได้รับเวลาและความอดทนมากกว่า หากได้เข้ามารับงาน
ท้ายที่สุด การตัดสินใจของบอร์ดบริหารก็เต็มไปด้วยความเสี่ยง
หากเลือกให้โอกาส อาร์เน่อ ต่อไป พวกเขาอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ อลอนโซ่ ไปประสบความสำเร็จกับทีมอื่น และพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้จัดการทีมระดับท็อป
การเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวจึงอาจเป็นเพียงแรงผลักจากความรู้สึกและความผูกพันของแฟนบอล มากกว่าความเชื่อมั่นเชิงแท็กติกว่าใครคือคำตอบที่ดีกว่าอย่างแท้จริง
อีกปัจจัยสำคัญคือทัศนคติของนักเตะในทีม แม้ผลงานจะไม่ดี แต่ยังไม่ปรากฏสัญญาณว่าผู้เล่นหมดศรัทธา
ตัวอย่างเช่นเกมกับ แมนยู ที่ทีมยังแสดงความมุ่งมั่นและฮึดกลับมาตีเสมอได้
นอกจากนี้ สโมสรยังพิจารณาถึงปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลักอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ อูโก้ เอกิติเก้
รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างการขาดแคลนปีกที่มีความเร็ว ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สะสมมานาน
แม้จะแพ้ไปถึง 19 นัด แต่ ลิเวอร์พูล ยังมีโอกาสสูงถึง 97% ในการคว้าโควตาไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายขั้นต่ำที่บอร์ดยอมรับได้ในฤดูกาลนี้
HOSSALONSO