เจาะลึกประเด็นก่อนเกม แมนยู พบ เบรนท์ฟอร์ด ผีแดงหวัง 3 แต้มเพื่อแชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่ทีมเยือนพร้อมบุกมาสร้างประวัติศาสตร์ เช็กความพร้อมและไลน์อัพที่นี่
ในโลกของฟุตบอล ความต่อเนื่องมักจะเป็นสิ่งที่หาได้ยากที่สุด โดยเฉพาะกับสโมสรที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แต่ภายใต้การนำทัพของ ไมเคิ่ล คาร์ริค กลิ่นอายของความมั่นคงเริ่มกลับมาปกคลุมถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง
เกมคืนวันจันทร์นี้ที่จะพบกับ เบรนท์ฟอร์ด จึงไม่ใช่แค่การลงไปเตะให้ครบตามโปรแกรม แต่มันคือการพิสูจน์ว่าชัยชนะเหนือเชลซีในนัดล่าสุดนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่รออยู่ตรงหน้านั้น "คู่ควร" กับพวกเขาจริง ๆ
เสถียรภาพที่คาร์ริคกำลังสร้าง
นับตั้งแต่ก้าวเข้ามารับเผือกร้อน คาร์ริค ทำผลงานได้น่าทึ่งด้วยการพาทีมเก็บชัยชนะได้ถึง 8 จาก 12 นัด
ปัจจุบัน "ปีศาจแดง" รั้งอันดับ 3 ของตาราง พรีเมียร์ลีก โดยมีแต้มห่างจากอันดับ 6 อย่าง ไบรท์ตัน ถึง 8 คะแนน แถมยังมีเกมในมืออีกหนึ่งนัด
ชัยชนะ 1-0 เหนือ เชลซี จากประตูของ มาเธอุส คุนญ่า แสดงให้เห็นถึงความเคี่ยวและการเอาตัวรอดในสถานการณ์กดดัน
อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญคือการรักษามาตรฐานนี้ไว้ เพราะหากพลาดท่าในเกมนี้ ความกดดันจะถาโถมเข้าใส่ทันทีก่อนที่พวกเขาจะต้องไปทำศึกหนักกับลิเวอร์พูลในสัปดาห์ถัดไป
แผงหลังที่ต้องประคอง และการกลับมาของกัปตัน
ปัญหาใหญ่ที่ คาร์ริค ต้องแก้คือ "หลังบ้าน" ที่ยังไม่สมบูรณ์นัก
มัตไธจ์ส เดอ ลิกต์ ยังคงต้องพักยาว ขณะที่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ติดโทษแบน แต่นับเป็นข่าวดีที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ พ้นโทษแบนกลับมาคุมแนวรับได้ทันเวลา โดยอาจจะได้จับคู่กับดาวรุ่งอย่าง เอดิน เฮเว่น ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในเกมล่าสุด
นอกจากนี้ยังมีลุ้นว่า เลนี่ โยโร่ จะกลับมามีชื่อในทีมอีกครั้งหลังหายจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อย
ในเกมรุก คาร์ริค อาจเลือกใช้ความสดของ อาหมัด ดิยัลโล่ ลงมาป่วนริมเส้นแทนที่ เบนจามิน เซสโก้ เพื่อสร้างความแตกต่าง
"พญาผึ้ง" ผู้พิสมัยการแบ่งแต้ม และดาวยิงฟอร์มฮอต
ฝั่งผู้มาเยือนอย่าง เบรนท์ฟอร์ด ของกุนซือ คีธ แอนดรูว์ส คือทีมที่ประมาทไม่ได้เด็ดขาด แม้ผลงานช่วงหลังจะหนักไปทางผลเสมอ
แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้และระบบทีมที่แข็งแกร่งจนรั้งอันดับ 9 ของตาราง
หัวใจสำคัญที่แนวรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องระวังคือ อิกอร์ ติอาโก้ กองหน้าชาวบราซิลที่ระเบิดฟอร์มซัดไปแล้วถึง 21 ประตูในฤดูกาลนี้
แม้ เบรนท์ฟอร์ด จะขาดผู้เล่นตัวหลักไปหลายรายจากอาการบาดเจ็บ แต่ประวัติศาสตร์การเจอกัน 2 นัดหลังสุด พวกเขาเป็นฝ่ายกำชัยเหนือปีศาจแดงได้ทั้งหมด
ซึ่งนั่นเป็นแรงผลักดันชั้นดีในการบุกมาสร้างประวัติศาสตร์ชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกในยุค พรีเมียร์ลีก
เกมนี้จะเป็นการวัดกึ๋นระหว่างความนิ่งของ คาร์ริค กับความตื้อและวินัยเกมรับของ เบรนท์ฟอร์ด
แม้ เบรนท์ฟอร์ด จะมีความสามารถพอที่จะบุกมาแบ่งแต้ม แต่ด้วยความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้ายและความมั่นใจที่กำลังเต็มเปี่ยมของเจ้าถิ่น เชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเบียดเอาชนะไปได้ในท้ายที่สุด