เมธี นักร้องนำวงลาบานูนเคยเล่าให้ฟังว่าที่มาของเพลงดัง"แพ้ทาง"มาจากตอนนั่งดูทีมรักลิเวอร์พูลเจอคริสตัล พาเลซแล้วผลก็ออกมาแบบเจ็บปวดหัวใจ
"ไม่รู้ทำไมลิเวอร์พูลเจอพาเลซทีไรมักแพ้ทางประจำ มันเลยเป็นที่มาของเพลงนี้..."
ในโลกของฟุตบอลมันก็มักมีแบบนั้นเสมอจริงๆซึ่งเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ในสังเวียนโอ่อ่าท่ามกลางเสียงโห่ร้องลั่นกลองรบของมวลหมู่เอฟเวอร์โตเนี่ยนก็ลงเอยแบบเดิมๆ ในแบบที่ใครดูเกมนี้มานานก็จะต้องนึกย้อนไปเห็นภาพหลายภาพปรากฎ
ประตูชัยในนาที100จากลูกโหม่งของเวอร์จิล ฟาน ไดค์ทำให้ฝั่งสีแดงได้กระโดดกันตัวลอยกับสามแต้มล้ำค่าในการชิงตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นหน้า
ทว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกฝากสีน้ำเงินต้องพ่ายแพ้ในลักษณะนี้
นี่เป็นเพียงบางตัวอย่างแค่นั้น ความจริงที่ยากปฎิเสธก็คือในบางเกมที่ทั้งคู่มาเจอกันต่อให้ทางฝั่งสีแดงอาจมีฟอร์มกระท่อนกระแท่นมาก่อนก็ตามก็มักมีทีเด็ดเสมอที่จะกำราบเพื่อนร่วมเมืองสีน้ำเงิน
เกมล่าสุดเป็นครั้งที่248แล้วสำหรับเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ จะเอาสถิติมากาง จะเอาผลงานช่วง10ครั้งหลังหรือ20ปีหลังมาสรุปก็มีเพียงทีมเดียวที่ได้รับการชูมือ
เมื่อวันอาทิตย์โมเมนตัมคล้ายเอียงมาทางเอฟเวอร์ตันด้วย การได้เปิดสนามใหม่ต้อนรับ มีสาวกทอฟฟี่บางคนบอกกับผมเอาไว้"เราจะเริ่มนับหนึ่งใหม่ในวันนี้ ชัยชนะจะทำให้ทุกคนหันมามองพวกเราแล้วเชื่อว่าเราจะไปแชมเปี้ยนส์ลีกได้"
ครับ ถ้าชนะเอฟเวอร์ตันก็จะกระโดดไปอันดับ6ทันทีตามหลังแค่2แต้มแต่รายละเอียดเล็กๆน้อยของเกมที่ทำให้พวกเขานอกจากไม่ได้สามแต้มแล้ว ยังไม่มีสักแต้มออกไป
จุดหักเหมี 2 จุด
1.เบโต้เล่นต่อไม่ไหว ตัวสำรองลงมาแทนเธียร์โน่ แบร์รี่ทดแทนกันไม่ได้ในเรื่องหัวจิตหัวใจ ใจไม่สู้ ไม่วิ่งเข้าหาบอลทำให้แผงหลังหงส์เล่นสบาย
2.ตอนท้ายเกมที่ยาร์รัด แบรนท์เวธ กองหลังตัวสำคัญถูกหามออก แม้จะเหลือไม่กี่นาทีแต่การที่ทดเวลาไปถึง11นาทีก็ส่งผลต่อเกม มีแบรนท์เวธอยู่ช่วยได้ในเรื่องของการขึ้นบอลจากหลัง อีกทั้งก็ยังแข็งแกร่งลูกกลางอากาศด้วย ลูกเตะมุมที่เสียให้ฟาน ไดค์ก็อาจไม่เกิดขึ้น
ก็ตามที่เดวิด มอยส์ให้สัมภาษณ์หลังเกม"ผลการแข่งขันไม่ได้สะท้อนรูปเกมทั้งหมด"แต่อีกนั่นแหละมันก็ไม่ใช่หนแรกที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ลงเอยแบบนี้
คำถามที่ตอบได้ง่าย
เอฟเวอร์ตันชุดนี้พัฒนาขึ้นมาเยอะจาก 4-5 ปี หลังที่ต้องลุ้นหนีตกชั้นแต่ก็ยังไม่ดีพอจะไปเตะถ้วยใหญ่ยุโรป
ก่อนเปิดฤดูกาลผมคาดหวังให้ทีมจบท็อปเทนถือว่าประสบความสำเร็จ มาถึงตรงนี้เหลืออีก5เกมจะจบยังอยู่ในพื้นที่คาดหวังไปยูโรปาหรือคอนเฟอเรนซ์ ลีกได้ก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว
มันยังมีช่องว่างอยู่ระหว่างทีมที่กำลังพัฒนากับทีมที่พัฒนาไปแล้ว
ก็ไม่ต่างจากก่อนนี้ที่บุกไปแพ้อาร์เซน่อล0-2ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม วันนั้นก็สู้กันได้ยอดเยี่ยม มีโอกาสจะน็อกทีมจ่าฝูงของลีกได้แต่พอทำไม่ได้ มาเสียสมาธิก็เลยต้องน้ำตาตกใน
ตอนเกมจบเสียงที่ดังสุดมาจากฝั่งมุมประตูทีมเยือนสีแดง พวกเขาตะเบ็งลำคอบทเพลงชาติตัวเอง"You'll never walk alone"ออกมา
ไม่รู้ซิ นาทีนั้นผมนึกถึงคืนหนึ่งที่ได้นั่งคุยกับเมธี ลาบานูน...
"ไก่ป่า"