ช่วงฟีฟ่าเดย์ทำ มิเกล อาร์เตต้า ปวดหัวอีกแล้ว เพราะตอนนี้ อาร์เซน่อล ต้องประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บ และอาจส่งผลกระทบกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลนี้
มาร์ติน ซูบีเมนดี้ เป็นนักเตะอาร์เซน่อลรายล่าสุดที่เข้าร่วมรายชื่อผู้เล่นที่ถอนตัวจากการรับใช้ทีมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บจากการเล่นให้ทีมชาติสเปน ในแมตช์อุ่นเครื่องชนะ เซอร์เบีย 3-0 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ที่สำคัญ ซูบีเมนดี้ กลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อลรายที่ 11 ที่ถอนตัวจากการรับใช้ทีมชาติ ก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่สำคัญ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการยืนยันว่าปิเอโร่ อินกาปิเอ้ ถอนตัวจากทีมชาติเอกวาดอร์ โดยกองหลังวัย 24 ปี ลงเล่นไป 72 นาทีในเกมพบกับ โมร็อกโก เมื่อวันศุกร์
แม้จะไม่มีการเปิดเผยลักษณะอาการบาดเจ็บ แต่ อินกาปิเอ้ จะเดินทางกลับต้นสังกัดเพื่อเริ่มกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย ด้าน มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมเป็นนักเตะรายแรกที่ถอนตัวจากทีมชาติในช่วงพักเบรกทีมชาติเดือนมีนาคมนี้
เพลย์เมกเกอร์ทีมชาตินอร์เวย์ มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่า ซึ่งเกมล่าสุดที่ลงสนามต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ในฐานะตัวสำรอง ในเกมที่ อาร์เซน่อล เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 4-1
วิลเลี่ยม ซาลิบา (ฝรั่งเศส), กาเบรียล มากัญเญส (บราซิล), เลอันโดร ทรอสซาร์ (เบลเยียม) และ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ (เนเธอร์แลนด์) ก็ได้ถอนตัวจากทีมชาติของตนเองเช่นกัน โดยไม่ได้ลงสนามให้กับทัพบ้านเกิด
ขณะเดียวกัน นักเตะทีมชาติอังกฤษ 3 รายที่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ ช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนมีนาคม ได้ก็ถอนตัวจากแคมป์ไปแล้วได้แก่ บูกาโย่ ซาก้า, เดแคลน ไรซ์ และ โนนี่ มาดูเอเก้ ขณะที่ เอเบเรชี่ เอเซ่ ซึ่งเป็นขาประจำทัพ "สิงโตคำราม" โดนโรคเดี้ยงเล่นงานก่อนหน้านี้ต้องพักรักษาตัว
การขาดหายไปของนักเตะสำคัญอย่าง เอเซ่ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากๆ เพราะการที่ อาร์เซน่อล ไม่มีเขามันส่งผลอย่างมากในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกคาราบาว คัพ เพราะทีมต้องประสบปัญหาในการสร้างโอกาสทำประตู ก่อนพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือมีรายงานว่า ดาวเตะวัย 27 ปีอาจต้องพักรักษาตัวราว 4-6 สัปดาห์
การพักยาวดังกล่าวจะทำให้ เอเซ่ พลาดโปรแกรมสำคัญหลายแมตช์ ในช่วงที่ อาร์เซน่อล กำลังลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก รวมถึงการไล่ล่าความสำเร็จในศึกเอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย
ทีมของ อาร์เตต้า มีโปรแกรมลงสนามนัดถัดไปในศึกเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ในวันที่ 4 เมษายน ก่อนจะเจอกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในรอบเดียวกันเกม แชมเปียนส์ ลีก โดยเลกแรกจะเล่นในวันที่ 7 เม.ย. ที่โปรตุเกส และอีก 4 วันถัดมา "เดอะ กันเนอร์ส" มีคิวเปิดบ้านดวล บอร์นมัธ ศึกพรีเมียร์ลีก ตามด้วยเกมเลกสองรับมือ สปอร์ติ้ง วันที่ 15 เม.ย.
หลังจากนั้นความสนใจจะไปอยู่ที่เกมสำคัญที่อาจตัดสินแชมป์กับการบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันที่ 19 เมษายน ซึ่งทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จำเป็นต้องคว้าชัยชนะให้ได้ หากยังหวังไล่ทัน อาร์เซน่อล
ปัจจุบัน อาร์เซน่อล นำ ห่างทัพ "เรือใบสีฟ้า" อยู่ 9 คะแนนในการลุ้นแชมป์ แม้ว่าคู่แข่งจะยังมีเกมในมือมากกว่า 1 นัด และ "ปืนใหญ่" จะปิดท้ายเดือนเมษามหาสงกรานต์ด้วยการเปิดบ้านพบกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในวันที่ 25 เมษายน
สำหรับสถานการณ์นักเตะบาดเจ็บของ อาร์เซน่อล อาจจะเปลี่ยนโชคชะตาของทีมได้เลย ดังนั้นต้องขึ้นอยู่กับ อาร์เตต้า และทีมสตาฟฟ์ ในการบริหารจัดการลูกทีมเพื่อให้ผ่านวิกฤติ และนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้
11 นักเตะตัวหลักของอาร์เซน่อลที่มีปัญหาบาดเจ็บ
- มาร์ติน โอเดอการ์ด (นอร์เวย์)
- เลอันโดร ทรอสซาร์ (เบลเยียม)
- วิลเลี่ยม ซาลิบา (ฝรั่งเศส)
- กาเบรียล มากัญเญส (บราซิล)
- เยอร์เรียน ทิมเบอร์ (เนเธอร์แลนด์)
- เอเบเรชี่ เอเซ่ (อังกฤษ)
- เดแคลน ไรซ์ (อังกฤษ)
- บูกาโย่ ซาก้า (อังกฤษ)
- โนนี่ มาดูเอเก้ (อังกฤษ)
- ปิเอโร่ อินกาปิเอ้ (เอกวาดอร์)
- มาร์ติน ซูบีเมนดี้ (สเปน)