แทบทุกครั้งที่ทำท่าว่าจะดีมีความร้อนแรง ลิเวอร์พูล มักจะหลุดฟอร์มไปดื้อๆ เสมอ เกมล่าสุดก็เช่นกันที่พวกเขาทำ 'ดีแตก' แล้วพ่ายแพ้คู่แข่งอีกแล้ว
ต่อไปคือสิ่งที่อยากจะบอก
1. เมื่อเป็นฝ่ายได้เขี่ยบอลก่อน แล้วเจตนาหวดยาวตูมเดียวให้ออกข้างในแดนคู่แข่งทันที นั่นคือสัญญาณบอกว่า 'หงส์แดง' จะมาไม้ไหน
ว่าแล้วก็บีบสูงพลางเพรสซิ่งเข้าใส่คล้ายๆ เกมที่ถล่ม กาลาตาซาราย 4-0 เมื่อกลางสัปดาห์
ทว่าโชคไม่ดีที่มีอันต้องเสีย อูโก้ เอกิติเก้ ให้อาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ตั้งแต่ต้นเกม
2. อาร์เน่อ สล็อต ส่ง เคอร์ติส โจนส์ ลงมาแทนแล้วขยับ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าคู่กับ โคดี คักโป
จุดนี้ เด็กหงส์ตัวปลอมอย่างผมไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ เพราะกองหน้าเจ็บก็ควรจะส่งกองหน้าลงมาแทน โดยบนม้านั่งสำรองมีทั้ง เฟเดริโก เคียซ่า และเจ้าหนู ริโอ เอ็นกูโมอา
3. ครึ่งแรกต่างฝ่ายต่างเปิดเกมรุกเข้าใส่กันพลางบดบี้ด้วยความเร็ว
ลิเวอร์พูล ดูเหนือกว่านิดๆ แม้ความผิดพลาดของ จอร์จี้ มามาดาชวิลลี่ จะนำมาซึ่งการเสียประตู แต่ความผิดพลาดของปราการหลังเจ้าบ้านอย่าง ลูอิส ดั๊งค์ ก็นำมาซึ่งประตูตีเสมอเช่นกัน
อัตราความเมามัน 80 ตีนถีบ
4. กระทั่งครึ่งหลังนั่นแหละที่ทั้งเกมรุกและเกมรับของ
'หงส์แดง' ถูกทำลายจนพังพินาศ
เหตุเพราะผู้เป็นกุนซือดันคิดวิปลาสปรับเอา ดอม โซโบ มาเล่นเป็นแบ็คขวาจนกลางยวบยาบลงไปเห็นๆ แถมครองบอลไม่ได้ จ่ายบอลกันสะเปะสะปะ
หลังจากนั้นก็ลองขยับเอา เคอร์ติส โจนส์ มาเล่นเป็นแบ็คขวาดูบ้าง และไม่มีอะไรดีขึ้น
5. เกมเดียวพ่อล่อเปลี่ยนแบ็คขวาไป 3 คนจนสมดุลย์ในแดนกลางเสียไปซะอย่างนั้น
ลูกชายสุดที่รักอย่าง โคดี้ คักโป ที่ได้เล่นเป็นหัวหอกก็ยังคงเล่นไม่ออกเช่นเคย
มิเท่านั้น หลังใช้พลังงานในการเพรสซิ่ง น้ำมันก็หมดถัง ไม่มีแรงในการวิ่งไล่บี้
ครึ่งหลังจึงกลายเป็น ไบรท์ตัน ที่ต่อบอลกันแม่นยำกว่าบุกขย่มพลางล่อเป้าอยู่ข้างเดียว
หากดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นบนฟลอร์หญ้า ลิเวอร์พูล ไม่เสียมากกว่า 2 ประตูในเกมนี้ก็ถือว่าดีแล้ว