คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ประกาศจุดยืนไม่ลงสนามให้กับ อัล นาสเซอร์ แมตช์พบ อัล ริยาด ในศึกซาอุดี โปร ลีก ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเหตุผลของการทำแบบนี้มันมีนัยยะสำคัญมาจากประเด็นของ คาริม เบนเซม่า หัวหอกจอมเก๋าชาวฝรั่งเศส
"ซีอาร์เซเว่น" ซึ่งได้รับค่าเหนื่อย 488,000 ปอนด์ (ราว 21 ล้านบาท) ต่อวัน คือนักเตะคีย์แมนของ อัล นาสเซอร์ อย่างแท้จริง และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการลงสนาม แต่สำหรับครั้งนี้นักเตะเลือกที่จะไม่เล่นให้ทีม ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีปัญหาบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน
แล้วเกิดอะไรขึ้นกับ อัล นาสเซอร์ กับ โรนัลโด้ ล่ะ ?
ตามรายงานที่ถูกเผยแพร่เป็นครั้งแรกจาก "อา โบล่า" (A Bola) สื่อดังในประเทศโปรตุเกส ระบุว่า โรนัลโด้ กำลังประท้วงหยุดซ้อม เนื่องจากไม่พอใจที่สโมสรขาดการลงทุนในตลาดซื้อขายนักเตะ โดยเขารู้สึกหงุดหงิดกับสิ่งที่มองว่าเป็นความล้มเหลวในการเสริมความแข็งแกร่งให้ทีม ในขณะที่คู่แข่งร่วมลีกแดนเศรษฐีน้ำมันยังคงทุ่มเงินจำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง
ซูเปอร์สตาร์วัย 40 ปีพุ่งเป้าโจมตีไปที่ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย (PIF) โดยตรง ซึ่งถือหุ้น 75 เปอร์เซ็นต์ในอัล นาสเซอร์ รวมถึงเป็นเจ้าของอีกสามยักษ์ใหญ่ลูกหนังของประเทศ ได้แก่ อัล ฮิลาล, อัล อิตติฮัด และอัล อาห์ลี
โรนัลโด้ เชื่อว่าสามทีมยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะอัล ฮิลาล ได้รับการเสริมทัพอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ อัล นาสเซอร์ กลับถูกมองข้ามอย่างไม่เป็นธรรม จากการสนับสนุนด้านการเสริมผู้เล่นภายใต้กองทุนเดียวกันอย่าง PIF
การตัดสินใจประท้วงของเขาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจาก คาริม เบนเซม่า อดีตเพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริด ปฏิเสธลงสนามให้กับ อัล อิตติฮัด หลังได้รับข้อเสนอสัญญาที่ถูกอธิบายว่าเป็น "ข้อเสนอที่ไม่ให้เกียรติ" จากต้นสังกัด
เมื่อทั้ง อัล อิตติฮัด และ อัล ฮิลาล ต่างมี กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย (PIF) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เหตุการณ์ดังกล่าวจึงยิ่งแสดงให้เห็นถึงปัญหาความไม่สมดุลทางการเงิน ในระดับบนสุดของวงการฟุตบอลซาอุดีอาระเบียอย่างชัดเจน
เมื่อเดือนที่แล้ว ฮอร์เก เชซุส กุนซือของทีม ระบุว่า อัล นาสเซอร์ ไม่มีอำนาจทางการเมืองเทียบเท่าอัล ฮิลาล ซึ่งเป็นสโมสรที่เขาเคยคุมทีมมาก่อน คำพูดดังกล่าวได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนทำให้ อัล ฮิลาล ยื่นเรื่องขอให้ลงโทษแบนเขาเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน
ขณะเดียวกัน เพื่อนสนิทที่คบหากันมาอย่างยาวนานของ โรนัลโด้ สองรายก็มีบทบาทอยู่ในฝ่ายบริหารของอัล นาสเซอร์ ได้แก่ ซิเมา คูตินโญ่ ผู้อำนวยการกีฬา และโฆเซ่ เซเมโด้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ถูกระงับอำนาจการตัดสินใจชั่วคราวตั้งแต่ต้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารสโมสร เรื่องนี้ยิ่งซ้ำเติมความไม่พอใจของ "เฮียโด้" ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น
อัล นาสเซอร์ มีการเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคมเพียงรายเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ไฮเดอร์ อับดุลคารีม กองกลางดาวรุ่งทีมชาติอิรักวัย 21 ปี ขณะที่อัล-ฮิลาลทุ่มเงินรวมราว 28 ล้านปอนด์ (ราว 1,232 ล้านบาท) คว้าตัว ปาโบล มารี และ คาเดร์ เมอีเต้ มาร่วมทีม
นับตั้งแต่ที่ โรนัลโด้ ย้ายมาเล่นให้ อัล นาสเซอร์ เมื่อเดือนมกราคมปี 2023 ซึ่งเป็นดีลที่จุดชนวนให้เกิดกระแสทุ่มเงินคว้าซูเปอร์สตาร์ชื่อดังจากยุโรปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เบนเซม่า, เนย์มาร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ ริยาด มาห์เรซ ขณะที่ อัล ฮิลาล ดูเหมือนจะได้รับการสนับสนุนที่เอื้ออำนวยมากกว่าจากกองทุน PIF
ในช่วงเวลาดังกล่าว อัล ฮิลาลใช้เงินไปกับค่าตัวนักเตะราว 540 ล้านปอนด์ (ราว 23,760 ล้านบาท) ขณะที่อัล นาสเซอร์ ใช้จ่ายเพียงประมาณ 350 ล้านปอนด์ (ราว 15,400 ล้านบาท) โดยมีอัล อาห์ลี ใช้เงิน 330 ล้านปอนด์ (ราว 14,520 ล้านบาท) และอัล อิตติฮัด ทุ่มเงิน 290 ล้านปอนด์ (ราว 12,760 ล้านบาท)
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำด้านการเงิน และอำนาจการบริหาร จึงเป็นเหตุผลที่ โรนัลโด้ ตัดสินใจหักดิบเพื่อประท้วงในครั้งนี้ และหวังจะให้ทุกฝ่ายมีการแก้ไขปัญหาเรื่องโครงสร้างฟุตบอลในประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างจริงจังซะที
TOMMY TEE