ภาพไม่คุ้นตา! โรนัลโด้ ถูกถอดพักครึ่งก่อน อัล นาสเซอร์ คัมแบ็กชนะ

ภาพไม่คุ้นตา! โรนัลโด้ ถูกถอดพักครึ่งก่อน อัล นาสเซอร์ คัมแบ็กชนะ
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่ง หลัง อัล นาสเซอร์ เหลือ 10 คนและตามหลัง 0-2 ก่อนเร่งเครื่องพลิกชนะ อัล เอตติฟัค 3-2

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตกเป็นประเด็นสำคัญในเกมที่ อัล นาสเซอร์ ไปเยือน อัล เอตติฟัค ในศึกซาอุดี โปร ลีก เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทีมกำลังตกเป็นรอง

อัล นาสเซอร์ ต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 12 หลัง เบนโต้ ผู้รักษาประตูถูกใบแดงโดยตรง ก่อนทีมจะเสียสองประตูและตามอยู่ 0-2 เมื่อจบครึ่งแรก

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ แอนจ์ ปอสเตโคกลู กุนซือชาวออสซี่ตัดสินใจปรับแท็กติกด้วยการถอด โรนัลโด้ ออก แล้วส่ง อับดุลลาห์ อัล-ไคบารี ลงสนามแทน เพื่อเพิ่มความสมดุลในแดนกลาง

กล้องจับภาพได้ว่า โรนัลโด้ วัย 41 ปีแสดงอาการไม่พอใจอย่างชัดเจน ทั้งส่ายศีรษะและยกมือขึ้น ก่อนเดินตรงเข้าอุโมงค์หลังถูกเปลี่ยนตัว

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น อัล นาสเซอร์ กลับสร้างปาฏิหาริย์ด้วยการยิงสามประตูรวดในครึ่งหลัง พลิกกลับมาเอาชนะ อัล เอตติฟัค 3-2 จากผลงานของ อับดุลลาห์ อัล-อัมรี และ ซาดิโอ มาเน่ ที่เหมาคนเดียวสองประตู

ด้าน ปอสเตโคกลู ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า “เราต้องการชัยชนะ กองหลังให้ความสนใจกับเขาเป็นอย่างมาก ดังนั้นผมจึงพูดกับคริสเตียโน่ในช่วงพักครึ่งและอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง ไม่มีความกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บ มันเป็นการตัดสินใจด้านแท็กติกอย่างแท้จริง บางครั้งคุณต้องตัดสินใจเรื่องยากเพื่อทีม แม้กระทั่งการเปลี่ยนนักเตะที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อออกจากสนาม”

อดีตกุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงสภาพความพร้อมของโรนัลโด้ว่า “เรารู้ว่าคริสเตียโน่ไม่ได้ลงเล่นมากนัก ดังนั้นเมื่อเหลือผู้เล่น 10 คน การให้เขาอยู่ในสนามต่อหลังผ่านไป 45 นาทีอาจไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม เขาทำหน้าที่ได้ดีมากในครึ่งแรก แต่เราต้องการแนวทางที่แตกต่างออกไปในครึ่งหลัง”

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับดาวยิงชาวโปรตุเกส โปสเตโคกลูยืนยันว่าโรนัลโด้ยังคงเป็นมืออาชีพและเข้าใจการตัดสินใจดังกล่าว “เขาต้องการช่วยทีมในทุกวิถีทาง เขาเป็นมืออาชีพอย่างมาก เขาเข้าใจเรื่องนี้ และผมมีความสุขมากที่ได้เป็นโค้ชของเขา ตอนนี้เรามุ่งความสนใจไปที่เกมถัดไป”



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport