บรรยากาศแคมป์ "ทีมชาติโปรตุเกส" ร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตำนานแข้งวัย 41 ปี ตัดสินใจประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกสอย่างเป็นทางการผ่านคลิปวิดีโอทาง Instagram เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทว่าเบื้องหลังการอำลาครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยประเด็นร้อนแรง เมื่อ จอร์จ เชซุส เฮดโค้ชทัพฝอยทอง ออกมาเปิดใจตรงๆ ในการแถลงข่าวว่า เขา "ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน" และเพิ่งทราบข่าวพร้อมกับคนทั้งโลก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวัน ก่อนที่ เชซุส มีกำหนดต้องแถลงข่าวเปิดเผยรายชื่อนักเตะชุดลุยศึก ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ประจำฟีฟ่าเดย์เดือนนี้ ซึ่งกุนซือจอมเก๋าวัย 71 ปี เผยว่าเขาไม่เคยได้รับสัญญาณเตือนหรือการแจ้งล่วงหน้าจากดาวยิงจากอัล นาสเซอร์ แต่อย่างใดพร้อมยืนยันชัดเจนว่าในแผนการทำทีมของเขานั้น มีชื่อของ "โรนัลโด้" รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
"ผมก็รู้เรื่องพร้อมๆ กับทุกคนนั่นแหละ"
"ก่อนหน้านั้นผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆ เขากำลังเล่นได้ดี ยังทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง และเดิมทีเขาก็อยู่ในลิสต์รายชื่อนักเตะที่ผมตั้งใจจะเรียกตัวติดทีมชาติรอบนี้อยู่แล้ว" เชซุสกล่าว
ย้อนรอยชนวนเกาเหลา ก่อนปิดฉากรับใช้ชาติ
ก่อนหน้านี้ โรนัลโด้ พ้นโทษแบน 30 วันจากการรับใช้ชาติกลับมาพร้อมลงสนาม โดยย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย เคยเดินออกจากแคมป์ทีมชาติหลังมีปัญหากับกุนซือเรื่องการถูกลดบทบาทและโอกาสลงเล่น ซึ่งในเวลาต่อมา โรนัลโด้ ได้ออกมาตัดพ้อว่าเชซุส "ผิดสัญญา" แต่ก็ยอมรับโทษแบน และเคยยืนยันว่าจะยังไม่อำลาทีมชาติในตอนนั้น
เมื่อถูกสื่อมวลชนจี้ถามถึงรอยร้าวในอดีต เชซุส เริ่มมีอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะยืนยันคำเดิมอย่างเด็ดขาดว่า
"ทุกการตัดสินใจของผม ทำไปโดยยึดผลประโยชน์ของทีมเป็นสำคัญที่สุด ในฐานะผู้จัดการทีม ผมปกป้องสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทีมเสมอ และผมก็สบายใจกับการตัดสินใจของตัวเอง"
การลงสนามนัดสุดท้ายของโรนัลโด้ในเสื้อแข่ง "ฝอยทอง" จึงกลายเป็นการลงเล่นในเกมเปิดบ้านชนะเวลส์ 1-0 ที่ลิสบอน ส่วนเกมต่อมากับนอร์เวย์เมื่อวันที่ 27 กันยายน เขาทำได้เพียงนั่งดูเพื่อนเล่นบนม้านั่งสำรอง
ด้าน เปโดร โปรเอ็นซา ประธานสมาคมฟุตบอลโปรตุเกส (PFF) ได้ออกมาแถลงสดุดีตำนานหมายเลข 7 ว่า "ไม่มีการจัดงานอำลาครั้งไหนที่จะยิ่งใหญ่พอเพื่อขอบคุณสิ่งที่เขาทำให้กับฟุตบอลโปรตุเกสและประเทศของเรา การให้เกียรติเขาที่ดีที่สุด คือการสืบทอดความทะเยอทะยานที่ไม่สิ้นสุด ความมุ่งมั่นที่จะลงเล่นเพื่อชัยชนะ และความไม่เคยกลัวที่จะเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับกัปตัน ที่นี่คือบ้านของคุณเสมอ"
แม้การอำลาจะจบลงแบบกระทันหัน แต่สถิติที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ ฝากไว้ให้ทีมชาติโปรตุเกสนั้นยากที่จะหาใครมาทำลาย