ซีเอเอฟกลับลำยืนยันจัดศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทุก 2 ปี หลังเคยประกาศปรับเป็น 4 ปี พร้อมเปิดโปรแกรมเจ้าภาพถึงปี 2033 โดยปี 2030 เว้นจัดเพราะฟุตบอลโลก
สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (ซีเอเอฟ) ตัดสินใจกลับมาใช้รูปแบบการแข่งขัน แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ (แอฟคอน) ทุก 2 ปีตามธรรมเนียมเดิม หลังเปลี่ยนแผนจากเดิมที่ประกาศปรับให้จัดการแข่งขันทุก 4 ปี เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก ซีเอเอฟ ทบทวนแนวทางการจัดการแข่งขันใหม่ โดยก่อนหน้านี้องค์กรลูกหนังแอฟริกามีแผนจัดตั้งรายการ แอฟริกัน เนชั่นส์ ลีก ขึ้นมาทดแทนการแข่งขันแอฟคอนในฐานะทัวร์นาเมนต์ประจำทุก 2 ปี แต่ยอมรับว่าโครงการดังกล่าวต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างรายได้เพียงพอสำหรับการดำเนินงานด้วยตัวเอง
ปาทริซ โมตเซเป ประธานซีเอเอฟ กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า "การตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารในการกลับมาจัดการแข่งขันแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทุก 2 ปี มีเป้าหมายเพื่อพัฒนา ปกป้อง และส่งเสริมผลประโยชน์ของฟุตบอลแอฟริกา รวมถึงสมาคมสมาชิกทั้ง 54 แห่งของซีเอเอฟ ตลอดจนนักฟุตบอลชาวแอฟริกันที่ค้าแข้งกับสโมสรนอกทวีป"
อย่างไรก็ตาม การจัดการแข่งขันแอฟคอนทุก 2 ปีที่ผ่านมา มักสร้างปัญหาให้กับปฏิทินฟุตบอล โดยการแข่งขันส่วนใหญ่ในช่วงหลังจัดขึ้นระหว่างฤดูกาลฟุตบอลของสโมสรในยุโรป ส่งผลให้หลายทีมต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญไปช่วยทีมชาติ
นอกจากนี้ การแข่งขัน ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ รูปแบบใหม่ที่เพิ่มจำนวนทีมเป็น 32 สโมสร ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมปีนี้ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ซีเอเอฟต้องเลือกจัดการแข่งขันแอฟคอนในช่วงกลางฤดูกาล
สำหรับการแข่งขันแอฟคอนครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2027 โดยมี เคนยา, แทนซาเนีย และยูกันดา รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพร่วม ก่อนจัดการแข่งขันอีกครั้งในปี 2028, 2031 และ 2033 ส่วนปี 2030 จะไม่มีการจัดการแข่งขัน เนื่องจากเป็นปีที่มีศึก ฟุตบอลโลก
ทั้งนี้ ศึกแอฟคอน 2025 เพิ่งผ่านเหตุการณ์ดราม่าครั้งใหญ่ เมื่อ เซเนกัล คว้าแชมป์ก่อนถูกริบตำแหน่งในอีก 3 เดือนต่อมา และเปลี่ยนให้ โมร็อกโก ได้รับการประกาศเป็นแชมป์แทน