เปิดเบื้องหลังพักทีมชาติ 3 สัปดาห์ หลังฟีฟ่าปรับโปรแกรมหวังดูแลนักเตะ แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บยังเพิ่มขึ้น พร้อมผลกระทบต่อฟุตบอลลีก
การเบรกทีมชาติครั้งแรกของฤดูกาล 2026/27 สิ้นสุดลงแล้ว และถือเป็นช่วงพักที่ยาวกว่าที่แฟนบอลคุ้นเคย
เป็นครั้งแรกที่ พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนชิพ ต้องหยุดการแข่งขันนานถึง 3 สัปดาห์ จากเดิมที่มักพักประมาณ 2 สัปดาห์ โดยนักเตะจะกลับมาลงเล่นฟุตบอลระดับสโมสรอีกครั้งตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมนี้
แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักเตะ แต่เมื่อช่วงพักดังกล่าวมาพร้อมรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บที่เพิ่มขึ้น คำถามสำคัญจึงตามมาว่า การพักเบรกที่ยาวขึ้นประสบความสำเร็จตามเป้าหมายจริงหรือไม่?
ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโปรแกรมทีมชาติที่ยาวขึ้น และแฟนบอลต้องการพักจากฟุตบอลสโมสรนานถึง 3 สัปดาห์จริงหรือ ในช่วงที่ฤดูกาลเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน?
ทำไมจึงต้องเพิ่มช่วงพักเป็น 3 สัปดาห์?
ตลอดช่วงที่ผ่านมา ฟีฟ่า กำหนดช่วงพักทีมชาติหลัก 5 ครั้งต่อฤดูกาล โดยแต่ละครั้งกินเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในเดือนมีนาคม, มิถุนายน, กันยายน, ตุลาคม และพฤศจิกายน
การปรับโปรแกรมเป็นช่วงพัก 3 สัปดาห์ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม พร้อมลดจำนวนช่วงพักลงเหลือ 4 ครั้ง มีเหตุผลหลายประการด้วยกัน
หนึ่งในนั้นคือ ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งนัดชิงชนะเลิศมีขึ้นวันที่ 19 กรกฎาคม ถือเป็นฟุตบอลโลกช่วงฤดูร้อนที่จบช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 1966
นอกจากนี้ เรื่องสวัสดิภาพของนักเตะ ยังเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือ รวมถึงเรื่องการเดินทางด้วย
การลดจำนวนช่วงพักทีมชาติลงจะช่วยลดจำนวนเที่ยวบินของนักเตะบางรายที่ต้องเดินทางข้ามทวีปเพื่อรับใช้ชาติ โดยเฉพาะนักเตะแอฟริกาและอเมริกาใต้ที่ค้าแข้งในยุโรปและต้องเดินทางกลับไปร่วมทีมชาติ
อย่างไรก็ตาม เมื่อฟุตบอลลีกกำลังเริ่มเข้าสู่ช่วงที่น่าสนใจ แฟนบอลจำนวนไม่น้อยยังคงมองว่าการหยุดแข่งขันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด ไม่ว่าจะพักนานหรือสั้น และต้องการให้ฟุตบอลสโมสรกลับมาโดยเร็ว
ปัญหาอาการบาดเจ็บยังตามหลอกหลอน
แม้การพักเบรกทีมชาติที่ยาวขึ้นจะถูกนำมาใช้โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพนักเตะ แต่ความจริงคือผู้เล่นจำนวนหนึ่งกำลังจะกลับสู่สโมสรพร้อมปัญหาอาการบาดเจ็บ
เป็นเรื่องยากที่จะระบุว่าช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีนักเตะบาดเจ็บมากกว่าช่วงพักทีมชาติครั้งอื่นหรือไม่ เพราะครั้งนี้มีทั้งช่วงเวลาที่ยาวกว่าและจำนวนเกมที่มากกว่า การเปรียบเทียบอย่างสมบูรณ์อาจต้องรอจนจบฤดูกาล หลังผ่านช่วงพักทีมชาติทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม มีนักเตะหลายรายได้รับบาดเจ็บนับตั้งแต่เดินทางไปร่วมทีมชาติ
เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา อเล็กซ์ สกอตต์ กองกลางบอร์นมัธถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษด้วยอาการบาดเจ็บต้นขา ขณะที่ทีม "เดอะ เชอร์รี่ส์" ไม่พอใจกับวิธีการที่พวกเขาเชื่อว่าอังกฤษจัดการกับอาการบาดเจ็บของนักเตะ
ด้าน เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขอเปลี่ยนตัวออกในนาที 67 ก่อนเดินกะเผลกออกจากสนามในเกมที่นอร์เวย์พบโปรตุเกสเมื่อวันอาทิตย์ และถอนตัวจากแคมป์ทีมชาติในวันจันทร์ ขณะที่ นิโก้ โอไรลี เพื่อนร่วมสโมสรถูกส่งกลับแมนเชสเตอร์ เพื่อประเมินอาการเพิ่มเติม
ฝั่งลิเวอร์พูลได้รับผลกระทบเช่นกัน เมื่อ โกดี้ คักโป และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ต่างได้รับบาดเจ็บ โดย คักโป ถอนตัวจากทีมชาติเนเธอร์แลนด์ด้วยอาการเจ็บข้อเท้า ส่วน อิซัค ถอนตัวจากทีมชาติสวีเดนเนื่องจากอาการเจ็บต้นขาเล็กน้อย
ด้าน จอร์จ เชซุส กุนซือทีมชาติโปรตุเกส เปิดเผยว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่นทั้งที่มีอาการเจ็บ ขณะที่ มิคเคล ดัมส์การ์ด กองกลางทีมชาติเดนมาร์กของเบรนท์ฟอร์ดเจ็บข้อเท้า ส่วน แดน บอลลาร์ด และ ไบรอัน บร็อบบีย์ ของซันเดอร์แลนด์ต่างได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง
บรรดาผู้จัดการทีมระดับสโมสรคงได้แต่หวังว่าจะไม่มีนักเตะชื่อใหม่เพิ่มเข้ามาในรายชื่อดังกล่าว เพราะยังเหลือโปรแกรมทีมชาติอีก 3 วัน
ก่อนเริ่มช่วงพักทีมชาติ อังกฤษก็เสียผู้เล่นไปแล้วหลายราย โดย ติโน่ ลิฟราเมนโต้, ค็อบบี้ เมนู, โคล พาลเมอร์, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เดแคลน ไรซ์ ต่างถอนตัวจากทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล
นอกเหนือจากพรีเมียร์ลีก ยังมีดาวดังจากลีกอื่นได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าเรอัล มาดริดได้รับบาดเจ็บระหว่างรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส ขณะที่ ราฟินญ่า ของบาร์เซโลน่าก็เดินทางกลับจากทีมชาติบราซิลพร้อมอาการบาดเจ็บต้นขา
ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย
ช่วงพักทีมชาติเปิดโอกาสให้แฟนบอลเปลี่ยนจากการชมเกม พรีเมียร์ลีก หรือ แชมเปี้ยนชิพ ไปชมทีมระดับล่างในพื้นที่ หรือเกม วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก แทน
ทีมหญิงที่อยู่ภายใต้สโมสรพรีเมียร์ลีกมักใช้โอกาสนี้ย้ายเกมเหย้าไปเล่นในสนามของทีมชายที่มีขนาดใหญ่กว่า เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลเข้าชมได้มากขึ้น
เมื่อการแข่งขันระดับ 1 และ 2 ของระบบฟุตบอลอังกฤษหยุดลง โปรแกรมถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์จึงมีพื้นที่สำหรับเกมลีกระดับล่างมากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับสโมสรเหล่านั้น
แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบเทียบจำนวนผู้ชมแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เนื่องจากมีปัจจัยหลายด้าน แต่ช่วงพักทีมชาติก็เปิดโอกาสให้แฟนบอลได้ชมทีมอื่นลงสนาม
จาก 11 เกมในลีกวันและลีกทูที่ลงแข่งขันเมื่อวันเสาร์ โดยมี 9 เกมถูกเลื่อนจากการเรียกตัวนักเตะไปรับใช้ชาติ มีเพียง 3 นัดที่จำนวนผู้ชมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสโมสรเจ้าบ้านในฤดูกาลนี้
ส่วน วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก มี 5 จาก 7 เกมในช่วงสุดสัปดาห์ที่มียอดผู้ชมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทีมเจ้าบ้านในฤดูกาลนี้