ผลบอล อิตาลี 3-1 ตุรกี : คาลาฟิออรี่ โขก! อัซซูร์รี่กระซวกไก่งวง ศึกเนชั่นส์ ลีก

ผลบอล อิตาลี 3-1 ตุรกี : คาลาฟิออรี่ โขก! อัซซูร์รี่กระซวกไก่งวง ศึกเนชั่นส์ ลีก
อิตาลี เปิดบ้านเช็กบิล ตุรกี 3-1 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก นัดที่ 3 แม้โรเตชั่นทีมเกือบยกชุด แต่ยังเดินหน้าคว้าสามแต้มสำคัญ รั้งรองจ่าฝูง ลีก เอ กลุ่ม 1

ฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่ม 1 (นัดที่ 4) เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 เจ้าบ้าน อิตาลี ผ่านไปสามนัดมี 4 คะแนน เกมล่าสุดบุกไปเสมอ ฝรั่งเศส 1-1 เกมนี้ได้กลับมาเฝ้ารังรับมือ ตุรกี ทีมบ๊วยของตารางที่แพ้สามนัดรวดยังไร้แต้ม ซึ่งเกมล่าสุดบุกไปพ่าย เบลเยียม 0-3 ส่วนผลการแข่งขันในเกมแรกทัพ "อัซซูร์รี่" บุกไปถล่มถึงแดนไก่งวง 4-1

เปิดฉากครึ่งแรกกลายเป็นทีมเยือน "อัซซูร์รี่" ที่สร้างโอกาสได้มากกว่าและนาที 26 อิตาลี บุกมาขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ จานลูก้า สกามัคค่า ขึ้นโขกก่อนไปติดแนวรับเจ้าถิ่นก่อนบอลตกหน้าและซัดอีกทีตุงตาข่ายเข้าไป ก่อนครึ่งแรกจบด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง ตุรกี มาไล่ตีเสมอ 1-1 ในนาที 61 จากจังหวะที่ เซกี้ เชลิค หลุดถึงเส้นหลังแล้วตบมากลางประตู เอเรน เอลมาลี่ ไขว้ต่อไปเสาสองให้ อารัล ซิมซีร์ ยิงโล่งๆเข้าไป 

แต่ทัพไก่งวงดีใจได้แปล๊บเดียว อีก 3 นาทีต่อมา อิตาลี มาชิงขึ้นนำอีกครั้ง หลังได้ฟรีคิกทางด้านขวา นิโกโล่ บาเรลล่า เปิดมาเสาสองให้ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมา ขึ้นโขกย้อนไปเสาแรกส่งบอลเข้าก้นตาข่ายสุดงาม พาทัพอัซซูร์แซงนำ 2-1

ช่วงท้ายเกมนาที 87 ฟรานเชสโก้ เอสโปซิโต้ จะมาซัดปิดกล่องพา อิตาลี เช็กบิลเอาชนะตุรกี 3-1  เก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนน ยึดรองจ่าฝูงกลุ่ม 1 ลีกเอ ลุ้นต่อสองเกมสุดท้ายกลางเดือนหน้า ทีมใดจะคว้าตั๋ว (แชมป์-รองแชมป์) เข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วน ตุรกี แพ้ 4 นัดรวด จ่อตกชั้นไปเล่นในลีกบี ฤดูกาลหน้า

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

อิตาลี (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า - โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, จานลูก้า มันชินี่, อเลสซานโดร บาสโตนี่, มัตเตโอ รุจเจรี่ - นิโกโล่ บาเรลล่า, อเลสซานโดร โรมาโน่, อิสซ่า ดูมเบีย - อันโตนิโอ แวร์การ่า, จานลูก้า สกามัคค่า, ดานิเอเล่ มัลดินี่

ตุรกี (5-4-1) : อูวูร์ชาน ชาคีร์ - เซกี้ เชลิค, เอเรน เอลมาลี่, โอซาน คาบัก, อับดุลเคริม บาร์ดัคซี่, เฟอร์ดี้ คาดิโอลู - ยูนุส อัคกุน, อิสมาอิล ยุคเซ็ค, ชาลีห์ เอิซชาน, อีร์ฟาน คาห์เวซี่ - อารัล ซิมซีร์






ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport