ความปราชัยแบบขาดลอยที่สุดที่รองแชมป์โลก 1 สมัย และอันดับสามฟุตบอลโลก 2 สมัยเคยเจอมาคือเกมไปเยือนสเปนที่เอลเช่เมื่อ 8 ปีที่แล้ว
ครั้งนั้นทีมตาหมากรุกในฐานะรองแชมป์โลก 2018 โดนไปครึ่งโหล กระทิงขวิด 6-0
ชัยชนะของอังกฤษไม่ใช่เรื่องแปลก ทีมสิงโตคำรามมีภาษีเหนือกว่าด้วยซ้ำในเกมเยือนโครเอเชียเมื่อคืนที่ผ่านมา
แต่สกอร์ที่ออกมา 7-0 นั่นต่างหากที่คาดไม่ถึง คงไม่มีใครคิดแน่ว่าบทสรุปจะออกมาอย่างนี้
มันคือเกมที่อังกฤษเหนือกว่าตั้งแต่ต้นจนจบ วิธีการเล่น ความตื่นตัว ความแน่นอน ความแม่นยำ ความเด็ดขาด เหนือกว่าเจ้าถิ่นทั้งหมด
อีกทั้งความฉกาจฉกรรจ์ของเกมรุก อังกฤษยามนี้ลงตัวด้วย แฮร์รี่ เคน-จู๊ด เบลลิงแฮม-บูกาโย่ ซาก้า-แอนโธนี่ กอร์ดอน ที่ได้เล่นร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การประสานงานเข้าขาไหลลื่น
ทุกคนกระฉับกระเฉงช่วยทีมอย่างเต็มที่ เล่นเกมรับตั้งแต่แดนบน ไล่บีบแย่งปิดพื้นที่ สนับสนุนด้วย เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ สกอตต์ ทำให้ทัพโครแอตตั้งเกมรุกไม่ได้เลย เสียบอลให้ผู้มาเยือนแทบตลอด
และการเสียบอลในแดนตัวเองขณะพยายามจะตั้งเกมรุก มันคือการเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายเข้ามาเคาะประตูบ้าน
การเล่นของอังกฤษน่าประทับใจ ช่วยกันเคลื่อนให้เกิดพื้นที่ กล้าผ่านบอลขึ้นหน้า ไม่ลังเลที่จะเล่นบอลทะลุช่อง
บอลถ่ายไปมา ผู้เล่นขยับเคลื่อนที่ตลอดเวลา ช่องไฟที่เคยแน่นก็เริ่มคลาย มองเห็นช่องให้เจาะ
เป็นเกมที่อังกฤษเปิดแผลโครเอเชียได้หลายจุด เกมป้องกันของเจ้าถิ่นไม่ดีเอาเสียเลย สถิติคลีนชีตแค่เกมเดียวจาก 12 นัดก่อนเกมนี้บอกทุกอย่างได้ชัด
มาตรฐานของโครเอเชียตกลงไปมาก ฟุตบอลโลกที่ผ่านมาจอดป้ายแค่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ขณะที่การพบกับทีมระดับ Top 10 ของโลก 7 นัดหลังสุดรวมเกมนี้แพ้เรียบวุธ
น่าเสียดายที่เกมนี้ ดิออน เบลโย กองหน้าความหวังใหม่ของโครเอเชียไม่ได้ลงสนาม สถิติ 4 เกม 5 ประตูให้กับดินาโม ซาเกร็บกับทีมชาติและเป็นคนพังประตูสเปนได้ในนัดที่แล้วทำให้ดาวยิงวัย 24 คนนี้น่าสนใจ
กระนั้นเมื่อดูจากรูปเกมที่ออกมาก็น่าคิดเหมือนกันว่าแม้จะอยู่ในสนาม แต่เบลโยจะมีโอกาสได้บอลไหม
เกมนี้แทบจะจบไปตั้งแต่ครึ่งแรกเพราะอังกฤษทิ้งห่าง 4-0 เคน-เบลลิงแฮม-กอร์ดอน-ซาก้า ดาหน้ากันยิง จากวิธีการแตกต่าง เช่นเดียวกับอีก 3 ประตูที่ตามมาในครึ่งหลัง
ประตู 1-0 บีบ ยอชโก้ กวาร์ดิโอล จนเตะทิ้งขึ้นมาไม่ดี มาร์ก เกอี เก็บบอลกลางสนาม แทงขึ้นหน้าให้ อเล็กซ์ สกอตต์ แทงต่อให้ เบลลิงแฮม ที่ไหลให้ เคน ซึ่งเลี้ยงตัวอยู่ในไลน์สังหารตุงตาข่าย
ประตู 2-0 ซาก้าวางข้ามลึกไปซ้าย กอร์ดอนเกี่ยวลงถึงเส้นหลังแล้วตวัดเข้ากลางให้เบลลิงแฮมทิ่มเข้าไป
ประตู 3-0 จาร์เรลล์ ควอนซาห์ เติมเกมบุกทางขวา รับบอลจากเคนแล้วโยนได้เสียไปเสาสอง กอร์ดอนพุ่งโขกไม่เหลือ
ประตู 4-0 บอลโต้ขึ้นทางซ้าย เบลลิงแฮม ให้ กอร์ดอน ไหลขึ้นพื้นที่ว่าง เบลลิงแฮม ตามไปเก็บอีกที กระชากหนี ลูก้า โมดริช ถึงเส้นหลังแล้วตบเข้ากลาง ซาก้าชาร์จโล่ง ๆ
ประตู 5-0 คือทีมเวิร์คที่สวยงาม เอลเลียต แอนเดอร์สัน ทำชิ่ง 1-2 กับ เอซรี่ คอนซ่า ต่อด้วยทำชิ่ง 1-2 กับซาก้า ก่อนจะเปิดลึกเสาสองให้ เคน พุ่งชาร์จจ่อ ๆ
ประตู 6-0 แสดงให้เห็นถึงสปิริตทีมที่ดี ผู้เล่นอังกฤษ 3 คนปิดพื้นที่ให้ต้องคืนหลัง ลูอิส ฮอลล์ ไล่บีบจน โจซิป สตานิซิช รีบร้อนจ่ายเข้ากลางแบบไม่ระวัง ซาก้าตัดบอลได้ทะลักมาถึงเคน แต่เคนเลือกไหลคืนให้ซาก้ายิงโล่ง ๆ แม้ตัวเองจะมีโอกาสทำแฮตทริกได้
ประตู 7-0 คือจังหวะฉาบฉวยของ เบลลิงแฮม รับบอลต่ำในแดนตัวเองแล้ววางยาวให้ มอร์แกน โรเจอร์ส หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง
มีทั้งการต่อบอลเข้าทำ การลงโทษหลังจากแย่งบอลได้แดนบน การครอสจากด้านข้างซ้าย-ขวา การผ่านบอล cut-back จากเส้นหลัง การฉวยโอกาสเปลี่ยนบอลยาวฉับพลัน
บอลของอังกฤษทะลุเข้าพื้นที่สุดท้ายได้บ่อยมากจากการเล่นที่ดุดันกว่า แม่นยำ รวดเร็ว และแน่นอนกว่า
กลายเป็นว่ามาเจอกันอีกทีหลังเวลาผ่านไปเพียง 3 เดือนครึ่งจากเกมบอลโลกที่พบกันที่อาร์ลิงตัน, เท็กซัส อังกฤษขยับฉีกหนีโครเอเชียขึ้นไปอีกระดับ
โธมัส ทูเคิ่ล ดูจะต่อยอดทีมสิงโตคำรามของเขาได้ดี มีขุนพลให้เลือกใช้มากมาย เพราะนอกเหนือจากทีมชุดปฏิทินฟีฟ่ารอบนี้ เขายังมีนักเตะอย่าง เดแคลน ไรซ์, โคล พาลเมอร์, ฟิล โฟเด้น, รีซ เจมส์, ค็อบบี้ เมนู, นิโก โอไรลี่ย์, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์, ดีน เฮนเดอร์สัน, เฌด สเปนซ์, เบน ไวท์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, โจชัว คิง, จาร์ร็อด โบเวน, มาร์คัส แรชฟอร์ด ให้เลือก
ขณะที่ สลาเวน บิลิช การคุมทัพหมากรุกสมัยสองของตัวเองไม่ใช่งานง่าย ๆ เลย 9 ปีเต็มของ ซลัตโก้ ดาลิช คือยุคทองของพวกเขา แต่เวลานี้เข้าสู่ช่วงผลัดใบ ลูก้า โมดริชอายุ 41 อีวาน เปริซิช 37 อันเดร ครามาริช 35 อันเต บูดิเมียร์ 35 มาเตโอ โควาชิช 32 มาริโอ ปาซาลิช 31
คงต้องใช้เวลาสักพัก ให้คลื่นลูกใหม่แข็งแกร่งพอที่จะรับช่วงต่อจากรุ่นพี่
สถิติเฮดทูเฮดของคู่นี้อังกฤษกินขาด ชนะ 8 เสมอ 2 จาก 13 เกมที่พบกัน
แม้โครเอเชียจะสร้างความเจ็บปวดได้ชัดกว่าเพราะเขี่ยอังกฤษตกรอบคัดเลือกยูโร 2008 และยังน็อกพวกเขาในรอบรองฟุตบอลโลก 2018 แต่สกอร์ 7-0 คือความจริงระหว่างทั้ง 2 ทีมในวันนี้
-ตังกุย-