คณะกรรมการวินัย ฟีฟ่า แถลงเปิดการสอบสวน สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา อย่างเป็นทางการ ทั้งประเด็นการชูป้ายการเมืองเรื่อง "หมู่เกาะฟอล์กแลนด์" หลังเกมชนะอังกฤษ และเหตุตะลุมบอนหลังนัดชิงสเปน แข้งดัง-โค้ช ส่อโดนแบนยาว
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ออกแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า คณะกรรมการฝ่ายวินัยได้เปิดฉากกระบวนการสอบสวนทางวินัยต่อ สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา รวมถึงเหล่านักเตะและสตาฟฟ์โค้ช จากหลากหลายเหตุการณ์ฉาวในศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยเฉพาะประเด็นการชูป้ายการเมืองเรื่อง "หมู่เกาะฟอล์กแลนด์" หลังจบเกมรอบรองชนะเลิศที่เอาชนะ อังกฤษ
ศึกฟุตบอลโลกที่เพิ่งรูดม่านปิดฉากไปทีมชาติอาร์เจนตินา ตกเป็นข่าวฉาวอย่างต่อเนื่อง โดยในรอบรองชนะเลิศหลังเอาชนะ อังกฤษ ได้สำเร็จ นักเตะอาร์เจนตินาได้ร่วมกันโพสท่าถ่ายรูปคู่กับป้ายข้อความประท้วงทางการเมืองที่ระบุว่า "Las Malvinas son Argentinas" (หมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นของอาร์เจนตินา)
ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรา 13 วรรค 2 ของประมวลกฎวินัยฟีฟ่า ว่าด้วยเรื่องการใช้การแข่งขันกีฬาเพื่อการแสดงออกทางการเมืองที่ไม่ใช่เรื่องกีฬา
นอกจากนี้ แถลงการณ์ที่ ฟีฟ่า ยังระบุว่ากำลังสอบสวนความผิดอื่น ๆ เพิ่มเติม ทั้งการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของทีม (มาตรา 14), การเหยียดเชื้อชาติและแสดงกิริยาเหยียดหยาม (มาตรา 15), และการละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัย การขว้างปาข้าวของของแฟนบอล (มาตรา 17)
ยิงไปกว่านั้น ในประเด็นเหตุการณ์ตะลุมบอนหลังจบเกมนัดชิงชนะเลิศที่พ่าย สเปน ฟีฟ่า ได้เปิดการสอบสวนข้อหาทำร้ายร่างกาย ตามมาตรา 14 วรรค 1 ต่อ นาเวล โมลีน่า (2 ข้อหา), เลอันโดร ปาเรเดส (3 ข้อหา) และ โรแบร์โต้ อยาล่า ผู้ช่วยผู้จัดการทีม (1 ข้อหา) จากกรณีที่ โมลีน่า ปล่อยหมัดใส่ โรดรี้ ส่วน ปาเรเดส เข้าบีบคอและผลักผู้เล่นสเปนหลายคน ขณะที่ โมลีน่า, ติอาโก้ อัลมาด้า และ กาบี (สเปน) โดนสอบสวนข้อหาพฤติกรรมไร้สปิริตน้ำใจนักกีฬาด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ตามกฎระเบียบวินัยของฟีฟ่า การลงโทษสามารถมีผลย้อนหลังได้ โดยผู้เล่นที่มีความผิดฐานใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายคู่แข่ง มีสิทธิ์ถูกสั่งแบนห้ามลงสนามให้ทีมชาติอย่างน้อย 3 นัดหรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม
ส่วนสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา เตรียมใจโดนปรับเงินอย่างแน่นอน ซึ่งย้อนกลับไปในปี 2014 อาร์เจนตินา ก็เคยโดน ฟีฟ่า ปรับเงิน 20,000 ปอนด์จากกรณีชูป้ายเรื่องเกาะฟอล์กแลนด์มาแล้ว