การที่ ลิซ่า ได้ขึ้นโชว์ในพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 คือการวางหมากทางธุรกิจระดับโลกของ ฟีฟ่า
วันที่ 12 มิถุนายน 2026 เธอจะขึ้นแสดงที่ SoFi Stadium มหานครลอสแอนเจลิส ร่วมกับ Katy Perry, Future, Anitta, Rema และ Tyla
เธอกลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ขึ้นเวทีพิธีเปิดฟุตบอลโลก
คำถามคือ ทำไม FIFA ถึงเลือก ลิซ่า ล่ะ ?
คำตอบอยู่ที่ 3 เรื่องหลัก
เรื่องแรกคือปัญหาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในเอเชีย
ช่วงต้นปี 2026 FIFA มีปัญหาในการเจรจาลิขสิทธิ์ใน อินเดีย และ จีน
อินเดีย ถูกเรียกราคาสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์ แต่กลุ่ม Reliance และ Disney พร้อมจ่ายประมาณ 20 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
ฝั่ง จีน ก็ยังตกลงกันไม่ได้ ทั้งที่เหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ก่อนการแข่งขันเริ่ม
ฟีฟ่า จึงต้องหาวิธีรักษาความสนใจของคนดูในเอเชียเอาไว้
และ ลิซ่า คือคำตอบ
เธอเป็นศิลปิน K-pop ที่มียอดผู้ติดตาม Instagram สูงที่สุดในโลก
ฐานแฟนคลับของเธอแข็งแรงมากใน จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ฟีฟ่า ใช้ลิซ่าเป็น จุดยึดทางวัฒนธรรม (Cultural Anchor)
เป้าหมายคือทำให้ฟุตบอลโลกยังอยู่ในกระแส ถึงแม้บางประเทศจะมีปัญหาเรื่องการถ่ายทอดสด
ต่อให้คนไม่ได้ดูผ่านทีวี พวกเขาก็ยังเห็นฟุตบอลโลกผ่านโซเชียลของ ลิซ่า
เรื่องที่สองคือโจทย์ของ Gen Z และ Gen Alpha
เด็กยุคใหม่ไม่ได้ดูฟุตบอลแบบเดิม พวกเขาไม่ได้เสพแค่เกมในสนาม พวกเขาเสพวัฒนธรรมรอบเกม
เสพนักเตะ เสพแฟชั่น เสพดนตรี
จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า เคยพูดชัดว่า ฟีฟ่า ต้องการให้ฟุตบอลโลกสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ซึ่ง ลิซ่า ตอบโจทย์นี้ตรงที่สุดคนหนึ่ง เธอเป็นคนไทย โด่งดังจากอุตสาหกรรม K-pop มีฐานแฟนทั่วโลก มีอิทธิพลทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา
ฟีฟ่า ต้องการคนที่เชื่อมฟุตบอลเข้ากับวัฒนธรรมป๊อปได้
ลิซ่า ทำตรงนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม
เรื่องสุดท้ายคือโครงสร้างธุรกิจของลิซ่าในปัจจุบัน
หลังออกจากสัญญากลุ่มเดิม เธอตั้งบริษัท LLOUD ขึ้นมาเอง
เธอมีอิสระในการตัดสินใจมากขึ้น และการร่วมงานกับ RCA Records ในเครือ Sony Music ทำให้เธอมีทีมระดับโลกสนับสนุนทั้งด้านกฎหมาย การตลาด และการจัดการโปรเจกต์
ฟีฟ่า เองก็มองเห็นตรงนี้ พวกเขาไม่ได้มองหาศิลปินที่ดังอย่างเดียว พวกเขามองหาคนที่สามารถขับเคลื่อนโปรเจกต์ระดับโลกได้จริง
แคมเปญ Alter Ego ของ ลิซ่า เพิ่งได้ Bronze จาก Clio Music Awards 2026
มันทำให้ภาพของเธอแข็งแรงขึ้นในฐานะ Global Artist
อีกเรื่องที่สำคัญคือ ลิซ่า ไม่ได้มีแค่โชว์เปิดสนาม
เธอยังมีส่วนร่วมในเพลงประกอบอย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลกชื่อ "Goals" ร่วมกับ Anitta และ Rema
นั่นหมายความว่า ฟีฟ่า วางเธอไว้ในแกนกลางของแคมเปญนี้ตั้งแต่ต้น
ทั้งหมดนี้ทำให้เรื่องของ ลิซ่า ในฟุตบอลโลก 2026 ใหญ่กว่าการแสดงโชว์หนึ่งครั้ง
มันคือการใช้ Soft Power ใช้วัฒนธรรมป๊อป ใช้อิทธิพลของศิลปินระดับโลก เพื่อทำให้ฟุตบอลโลกยังเป็นศูนย์กลางความสนใจของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก
โดยเฉพาะในเอเชีย และสำหรับคนไทย มันก็เป็นอีกครั้งที่ชื่อของศิลปินไทยไปอยู่บนเวทีที่ใหญ่ที่สุดเวทีหนึ่งของโลก
#hossalonso