ไรอัน กราเฟนแบร์ก ผลงานค่อนข้างน่าผิดหวังทั้งการทำเสียจุดโทษ เล่นบอลผิดพลาดหลายจังหวะ แถมตอนดวลเป้ายังพลาด ขณะที่เจ้าหนู ริโอ เอ็นกูโมฮา ฟอร์มยังคงร้อนแรง โชว์สเต็ปเล่นงานนักเตะเชลซีหลายครั้ง ด้าน โรนัลด์ อเราโฮ นับวันยิ่งกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของสาวก "เดอะ ค็อป" จากมาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา และทุ่มเททุกจังหวะ ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 4 ที่ดวลจุดโทษชนะ เชลซี 6-5 หลังเสมอกันในเวลาปกติ 1-1 เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา
ตัวจริง
จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ : 7.5
ป้องกันลูกจุดโทษของ มอร์แกน โรเจอร์ส ไม่ได้ แต่ยังมีจังหวะเซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ยังคงอยู่ในเกม ก่อนจะโชว์ซูเปอร์เซฟในช่วงดวลจุดโทษ ตัดโอกาสที่ เอ็มมานูเอล เอเมก้า จะยิงพ าเชลซี คว้าชัยชนะไปได้สำเร็จ
โรนัลด์ อเราโฮ : 7.5
ผลงานยังโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง เล่นได้ครบเครื่อง มีจังหวะสำคัญได้โหม่งจ่อๆ แต่ดันติดเซฟ ไมค์ เพนเดอร์ส โดยมีความโดดเด่นในเกมรับที่ดุดัน รวดเร็ว และเข้าถึงคู่แข่งอย่างไม่ลดละ
โจ โกเมซ : 6.5
มีปัญหาอยู่บ้างเมื่อต้องรับมือกับ โรเจอร์ส แต่โดยรวมแล้วเขายังทำผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังช่วยบล็อกจังหวะสำคัญจากการยิงของ โรเจอร์ส ด้วย แถมยังเป็นคนซัดจุดโทษสำคัญให้ทีมด้วย
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7
ยังคงเป็นผู้นำแนวรับที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ พร้อมจัดการจังหวะสำคัญหลายครั้งเพื่อหยุดยั้งเกมบุกของ เชลซี ได้อย่างอยู่หมัด
คอสตาส ซิมิกาส : 6
"กรีก สเกาเซอร์" ยังมีจังหวะเล่นผิดพลาดในการครองบอล จังหวะการเปิดบอลจากริมเส้นไม่ดีเท่าไหร่ แต่ในเกมรับเขาไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็นเมื่อต้องรับมือกับ เปโดร เนโต้ ก่อนจะทำผิดพลาดมหันต์ซัดจุดโทษเหินข้ามคาน
เทรย์ ไนโอนี่ : 7
เห็นได้ชัดว่าเหตุใด อันโดนี่ อิราโอล่า จึงไว้วางใจ ไนโอนี่ มากๆ และสิ่งที่เจ้าตัวแสดงให้เห็นก็ถือว่ายอดเยี่ยม ทั้งการเล่นด้วยความมั่นใจและความนิ่งเกินวัย ครองบอลเหนียวแน่น บางจังหวะกล้าเล่นกล้าเลี้ยง
เจมส์ แม็คคอนเนลล์ : 5.5
มีบทบาทกับเกมค่อนข้างน้อยในแดนกลาง การจับบอลขาดๆ เกินๆ เล่นแบบไม่ค่อยมั่นใจ ยังคงต้องพัฒนาฝีเท้าต่อไป
ไรอัน กราเฟนแบร์ก : 5
ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ สำหรับการเข้าสกัด มอยเซส ไกเซโด้ อย่างสะเพร่า ขณะที่ผลงานโดยรวมแทบไม่มีจังหวะไหนให้น่าจดจำ แถมยังเล่นผิดพลาดและเสียบอลง่ายในจังหวะครองบอลอีกด้วย ที่สำคัญยิงจุดโทษไม่เข้าด้วย ถือเป็นเกมที่ไม่น่าจดจำสำหรับเขา
ริโอ เอ็นกูโมฮา : 7.5
สามารถปั่นป่วนนักเตะเชลซีได้ทุกครั้งที่ครองบอล จังหวะกระชากบอลอันตรายสุดๆ ทำให้ผู้เล่นเชลซีต้องหยุดด้วยการทำฟาวล์ สไตล์การเล่นหวือหวา และเปี่ยมไปด้วยพลังรวมทั้งความกระตือรือร้น
โกดี้ คักโป : 6.5
ฟอร์มค่อนข้างเงียบๆ ในช่วงต้นครึ่งแรก ก่อนจะรับหน้าที่สังหารจุดโทษตีเสมอให้ทีม ในช่วงท้ายครึ่งแรกมีโอกาสได้ลุ้นทำประตูแต่จังหวะการยิงขาดความเฉียบคม ครึ่งหลังฟอร์มไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ แต่ก็ยังคงเป็นนักเตะที่อันตรายเมื่อได้ครองบอล
ลูอิส คูมาส : 5
สัมผัสบอลเพียง 12 ครั้งตลอดหนึ่งชั่วโมงที่อยู่ในสนาม แทบไม่มีบทบาทกับเกม แต่สิ่งที่ยังคงน่าพอใจก็คือความขยันกับพละกำลังในการวิ่งไล่เพรสซิ่ง
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (แทน เจมส์ แม็คคอนเนลล์ น. 58) : 6.5
น่าจะทำประตูได้จากระยะเพียง 8 หลา แต่กลับยิงตรงตัวกองหลังเชลซีอย่างน่าเสียดาย จังหวะการสร้างสรรค์เกมถือว่าโดดเด่น แต่ก็มีบางครั้งที่จ่ายบอลไม่ดี อย่างไรก็ตามเขาสังหารจุดโทษเข้าในการดวลเป้าตัดสินได้สำเร็จ
บรัดเลย์ บาร์กโกล่า (แทน ลูอิส คูมาส น. 58) : 6.5
สร้างความปั่นป่วนให้กับเกมรับ เชลซี มีจังหวะโชว์สเต็ปเลี้ยงบอลเข้ากลางและซัดเต็มข้อแต่น่าเสียดายที่บอลไม่เข้าประตู ฟอร์มโดยรวมยังคงน่าพอใจ
อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (แทน เทรย์ ไนโอนี่ น. 82) : 6
บทบาทสำคัญคือการลงมาช่วยคุมจังหวะเกม อาจไม่ได้โชว์ผลงานอะไรมากนักเพราะมีเวลาน้อย แต่ก็เป็นคนแรกที่ซัดจุดโทษให้ทีมในช่วงดวลเป้า
อเล็กซานเดอร์ อิซัค (แทน ริโอ เอ็นกูโมฮา น. 82) : 5.5
โอกาสได้บอลน้อยมาก ไม่มีอิมแพ็คกับเกม แต่ก็เข้าใจได้เพราะเวลาโชว์ฝีเท้าน้อย แต่การลงเป็นสำรองก็เพื่อรับบทดวลเป้าซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง