อาร์เซน่อลช็อกตกรอบหลังพ่ายฟลีตวู้ด ทาวน์ ทีมลีก ทู ในช่วงดวลจุดโทษ 3-5 และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมใหญ่เสียท่า! ย้อน 5 เหตุการณ์พลิกล็อกสุดเหลือเชื่อในคาราบาว คัพ
อาร์เซน่อล กลายเป็นทีมยักษ์ใหญ่รายล่าสุดที่ต้องพบกับความผิดหวังในศึก คาราบาว คัพ หลังพลิกล็อกพ่าย ฟลีตวู้ด ทาวน์ ทีมจากลีก ทู ด้วยการดวลจุดโทษ 3-5 หลังเสมอกันในเวลา 1-1 นับเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันสุดช็อกของประวัติศาสตร์รายการนี้
ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกของ มิเกล อาร์เตต้า ต้องตกรอบด้วยน้ำมือคู่แข่งที่มีอันดับต่ำกว่าถึง 84 ขั้นในระบบลีกอาชีพอังกฤษ และเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมใหญ่ต้องเสียท่าให้ทีมรองบ่อนในฟุตบอลถ้วยรายการนี้
ย้อนดู 5 เหตุการณ์พลิกล็อกครั้งสำคัญที่สร้างความประหลาดใจให้แฟนบอลในศึกคาราบาว คัพ
1. ฟลีตวู้ด ทาวน์ 1-1 อาร์เซน่อล (ฟลีตวู้ดชนะจุดโทษ 5-3, ปี 2026)
ฟลีตวู้ด ทาวน์ สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดของสโมสร ด้วยการเขี่ยอาร์เซน่อลตกรอบและผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ หลังได้ประตูขึ้นนำจาก แอรอน ลูปาโล-บี ในนาทีที่ 21
แม้ วิคตอร์ โยเคเรส จะยิงตีเสมอให้ทีมเยือนได้ในครึ่งหลัง แต่อาร์เซน่อลกลับไม่สามารถทำประตูเพิ่ม แถมต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในนาทีที่ 86 เมื่อดาวรุ่งอย่าง แม็กซ์ ดาวแมน เตะใส่คู่แข่งหลังปะทะกับแฮร์ริสัน นีล
ช่วงดวลจุดโทษ เจย์ ลินช์ ผู้รักษาประตูฟลีตวู้ดเซฟลูกยิงของ บรูโน่ กิมาไรส์ ก่อนที่ คอเนอร์ ฮอกีย์ จะสังหารจุดโทษเป็นประตูชัย จุดประกายการฉลองชัยอย่างยิ่งใหญ่ทั้งในสนามและบนอัฒจันทร์
2. กริมสบี้ 2-2 แมนฯ ยูไนเต็ด (กริมสบี้ชนะจุดโทษ 12-11, ปี 2025)
กริมสบี้ ทาวน์ ทีมจากลีก ทู สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ รูเบน อโมริม โดยขึ้นนำก่อนถึง 2-0 จากประตูของ ชาร์ลส์ เวอร์แนม และ ไทเรลล์ วอร์เรน ภายในครึ่งชั่วโมงแรก
ทัพปีศาจแดงไล่ตามตีตื้นจาก ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ในนาทีที่ 75 ก่อนที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ทำประตูตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 89 ทำให้ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ
การยิงจุดโทษดำเนินไปอย่างยาวนาน โดยมีเพียง คลาร์ก โอดูออร์ ของกริมสบี้ และ มาเตอุส คุนญ่า ของ ยูไนเต็ด ที่ยิงพลาดในช่วงที่นักเตะทั้งสองทีมยิงครบ 11 คน ก่อนกลับมายิงกันใหม่ และหลัง ดาร์ราห์ เบิร์นส์ ยิงให้กริมสบี้นำ 12-11 เอ็มเบอโม่ กลับยิงชนคานในจังหวะตัดสิน ส่งทีมลีก ทูคว้าชัยสุดเหลือเชื่อ
3. แบรดฟอร์ด ซิตี้ 1-1 อาร์เซน่อล (แบรดฟอร์ดชนะจุดโทษ 3-2, ปี 2012)
แบรดฟอร์ด ซิตี้ ทีมจากลีกระดับสี่ ต้องพบกับอาร์เซน่อลในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ถูกยกให้เป็นต่ออย่างชัดเจน แต่เจ้าถิ่นเคยสร้างเซอร์ไพรส์มาแล้วด้วยการเอาชนะวีแกนในการดวลจุดโทษรอบก่อนหน้า
เกมนี้ แกร์รี่ ธอมป์สัน ยิงวอลเลย์ให้แบรดฟอร์ดขึ้นนำ ก่อนที่ โธมัส แฟร์มาเล่น โหม่งตีเสมอจากลูกเปิดของ ซานติ กาซอร์ล่า ในช่วง 2 นาทีสุดท้ายของเวลาปกติ
อย่างไรก็ตาม แฟร์มาเล่น กลับยิงจุดโทษพลาดในช่วงตัดสิน ทำให้แบรดฟอร์ดเอาชนะไป 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ
4. ลิเวอร์พูล 2-2 นอร์ทแธมป์ตัน (นอร์ทแธมป์ตันชนะจุดโทษ 4-2, ปี 2010)
ลิเวอร์พูล ต้องพบกับความผิดหวังในฟุตบอลถ้วย เมื่อพลาดท่าตกรอบลีก คัพ คาถิ่นแอนฟิลด์ ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนจาก มิลาน โยวาโนวิช
แต่ บิลลี่ แม็คเคย์ ยิงตีเสมอให้ทีมเยือน ก่อนที่ ไมเคิ่ล เจค็อบส์ จะยิงให้ทีมจากลีกล่างขึ้นนำในช่วงต้นของการต่อเวลาพิเศษ
ทีมหงส์แดงได้ ดาวิด เอ็นก๊อก โหม่งตีเสมอในช่วงท้ายเกมจนต้องดวลจุดโทษ แต่สุดท้ายเป็นนอร์ทแธมป์ตันที่เอาชนะ 4-2 โดย อับดุล อุสมาน รับหน้าที่สังหารลูกตัดสินอย่างเยือกเย็น
5. แมนฯ ยูไนเต็ด 0-3 ยอร์ค ซิตี้ (ปี 1995)
ความพ่ายแพ้แบบพลิกล็อกของแมนยูในฟุตบอลถ้วยไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคของ อโมริม เพราะแม้แต่ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน
ก่อนอื่นต้องบอกว่า เฟอร์กูสัน ไม่ได้ประมาทคู่แข่ง โดยเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมลีกก่อนหน้าเพียง 4 ตำแหน่ง และยังส่งแข้งดังอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, ลี ชาร์ป และ ไรอัน กิ๊กส์ ลงสนาม
อย่างไรก็ตาม พอล บาร์นส์ ซึ่งเป็นบิดาของ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ปีกนิวคาสเซิ่ล ยิงคนเดียว 2 ประตู รวมถึงหนึ่งลูกจากจุดโทษ ก่อนที่ โทนี่ บาร์ราส จะโหม่งประตูที่สามให้ยอร์ค ซิตี้ บุกถล่มถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
แม้ในเลกสอง ทีมผีรแดงจะส่งทีมชุดแข็งแกร่งลงเล่นในเกมเลกสองที่สนาม บูธัม เครสเซนต์ โดยมี เอริก คันโตน่า อยู่ในทีม แต่ก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ แม้ได้ประตูจาก พอล สโคลส์ 2 ลูก และ เทอร์รี่ คุก อีกหนึ่งประตู สุดท้ายยอร์ค ซิตี้ ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3 จากประตูของ สกอตต์ จอร์แดน