ถึงเวลาปรับทิศทาง แอต.มาดริด? เมื่อระบบซิเมโอเน่เริ่มถึงทางตัน

ถึงเวลาปรับทิศทาง แอต.มาดริด? เมื่อระบบซิเมโอเน่เริ่มถึงทางตัน
วิเคราะห์อนาคต แอตเลติโก มาดริด เมื่อปรัชญาของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ จากรากฐานความสำเร็จ อาจกลายเป็นข้อจำกัดในการไล่ล่าความยิ่งใหญ่ยุคใหม่

ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ ชื่อของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ถูกผูกโยงอย่างแนบแน่นกับ แอตเลติโก มาดริด

เขาคือผู้นำที่ปลุก “ยักษ์หลับ” แห่งกรุงมาดริด ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแถวหน้า ทั้งในเวทีลา ลีกา และฟุตบอลยุโรป พร้อมสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งด้วยเกมรับอันเหนียวแน่น วินัยแท็กติก และจิตวิญญาณนักสู้

อย่างไรก็ตาม เมื่อฟุตบอลสมัยใหม่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยแนวคิดการครองบอล ความยืดหยุ่นทางแท็กติก และการเข้าทำที่หลากหลาย คำถามสำคัญจึงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่า ปรัชญาที่เคยเป็นจุดแข็ง กำลังกลายเป็น “เพดาน” ที่จำกัดศักยภาพของทัพตราหมีหรือไม่?

ไม่มีใครปฏิเสธว่า ซิเมโอเน่ คือผู้พาสโมสรประสบความสำเร็จสูงสุดในยุคใหม่ ด้วยการคว้าแชมป์ลีกสเปนได้ถึง 2 สมัย และยืนหยัดท้าทายอำนาจของ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า มาอย่างต่อเนื่อง

แต่ภาพจำของเกมรับที่เคยเป็นอาวุธลับ กลับถูกคู่แข่งอ่านทางได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

ในหลายเกม ระบบการเล่นที่เน้นความรัดกุมเป็นหลัก กลับทำให้เกมรุกของแอต. มาดริด ดูอึดอัด ขาดจินตนาการ และไม่สามารถปลดล็อกแนวรับคู่แข่งได้ตามศักยภาพที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะเมื่อมีนักเตะเกมรุกระดับท็อปที่ต้องถอยต่ำเพื่อช่วยเกมรับ จนไม่อาจแสดงคุณภาพในพื้นที่สุดท้ายได้อย่างเต็มที่

ยิ่งไปกว่านั้น การคุมทีมยาวนานกว่า 14 ปี เริ่มสะท้อนสัญญาณของภาวะอิ่มตัว แท็กติกเดิมถูกใช้อย่างต่อเนื่องโดยขาดแรงกระตุ้นใหม่ ๆ ส่งผลให้พลังและความสดของทีมลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ความภักดีต่อกุนซือระดับตำนานจะเป็นเรื่องงดงาม หากในโลกฟุตบอลอาชีพ การยึดติดกับความสำเร็จในอดีต อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาในอนาคต

หากทีม "ตราหมี" ยังคงตั้งเป้าหมายในการเบียดแย่งความยิ่งใหญ่จากสองยักษ์ใหญ่ของสเปน และกลับไปเป็นผู้ท้าชิงในเวทียุโรปอย่างจริงจัง การกล้าเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ท้ายที่สุด ฟุตบอลคือเรื่องของ “จังหวะเวลา” และจังหวะของแอต. มาดริด ในตอนนี้ อาจกำลังยืนอยู่บนทางแยกระหว่าง ความเสถียรที่ปราศจากถ้วยรางวัล กับ ความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความสำเร็จครั้งใหม่

การปิดฉากยุคของ “เอล โชโล่” อาจเป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับแฟนบอล แต่หากเป้าหมายสูงสุดคือการกลับมาชูถ้วยแชมป์อย่างสง่างาม การเริ่มต้นศักราชใหม่ อาจเป็นหนทางเดียวที่จะปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของ “ตราหมี” ให้โลกฟุตบอลได้เห็นอีกครั้ง



ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport