แมนยู1-2ไบรท์ตัน:เฟล็ตเชอร์ สอบตก,เวลเบ็ค หลอนทีมเก่า! 5 ข้อผีร่วงถ้วยเอฟเอเหลือเตะแค่พรีเมียร์ลีก

แมนยู1-2ไบรท์ตัน:เฟล็ตเชอร์ สอบตก,เวลเบ็ค หลอนทีมเก่า! 5 ข้อผีร่วงถ้วยเอฟเอเหลือเตะแค่พรีเมียร์ลีก
กลายเป็นซีซั่นที่เลวร้ายอย่างแท้จริงสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งตกรอบสามถ้วย เอฟเอ คัพ คารังตัวเองตั้งแต่การลงบู๊นัดแรกด้วยการแพ้ ไบรท์ตัน แบบดูไม่จืด 2-1 ในการฟาดแข้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.จนทำให้ ผีแดง เหลือการลงเล่นศึก พรีเมียร์ลีก แค่รายการเดียวถ้วนแล้วทั้งๆที่เพิ่งผ่านเข้าสู่ครึ่งหลังของซีซั่นหลังจากพวกเขาไม่มีโปรแกรมลงเล่นฟุตบอลยุโรป ประกอบกับตกรอบถ้วย คาราบาว คัพ ตั้งแต่ด่านแรกเช่นกัน

1.ผีพัก กาเซมีโร่-ชอว์ หลุดโผ

ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ กุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด วางหมากคุมทีมลงเล่นเกมที่สองของเขาโดยมีการปรับโผบางตำแหน่งหลังจากนัดแรกนายใหญ่ ผีแดง ชุดยู 18 คุมทีมออกไปเสมอกับ เบิร์นลีย์ 2-2 ในการทำศึก พรีเมียร์ลีก

สำหรับเกมนี้ เจ้าบ้านไม่มี ลุค ชอว์ แบ็คซ้ายขาประจำโดยมีคำอธิบายว่าเขาลงเล่นเป็นตัวจริงตลอดทั้งสี่นัดในเวลา 16 วันจึงสมควรได้ผละไปจากทีม ขณะที่ กาเซมีโร่ กองกลางจอมเก๋าได้พักในซุ้มตัวสำรองโดยมี ค็อบบี้ เมนู ออกสตาร์ตแทนในโผตัวจริงเป็นเกมแรกนับตั้งแต่นัดพ่าย กริมสบี้ ในถ้วย คาราบาว คัพ

ขณะเดียวกัน ในแผงหลัง อายเด็น เฮฟเว่น เสียตำแหน่งให้กับ เลนี่ โยโร่ ตามระเบียบหลังจากอดีตดาวเตะ อาร์เซน่อล ก่อความผิดพลาดในสองเกมหลัง

นอกจากนี้ เมสัน เมาท์ ได้กลับสู่โผ 11 คนแรกเช่นกันอันเป็นการโรเตชั่นทีมรวมทั้งสิ้นสามราย

สำหรับโผตัวสำรอง เฟล็ตเชอร์ ใส่ชื่อสองลูกชายฝาแฝดทั้ง แจ็ค และ ไทเลอร์ นั่งข้างสนามร่วมกันโดยที่ยังไม่แน่ว่าจะเป็นการคุมทีมนัดสุดท้ายของอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติ สกอตแลนด์ หรือไม่

2. เวลเบ็ค คืนโผตัวจริงฟัดทีมเก่า 

ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ กุนซือทีม ไบรท์ตัน คุมทีมบุกมาเยือน โรงละครแห่งความฝัน ด้วยการปรับโผตัวจริงรวมสี่รายจากเกม พรีเมียร์ลีก บุกไปเสมอกับ แมนฯ ซิตี้ 1-1

แม้ คาโอรุ มิโตมะ ปีกทีมชาติ ญี่ปุ่น จะยิงประตูแบ่งแต้มกับ เรือใบสีฟ้า ได้ แต่นายใหญ่ นกนางนวล ดร็อปเขาลงไปนั่งข้างสนามเกมนี้โดยให้เหตุผลว่าสตาร์ชาวเมืองปลาดิบเคยเจ็บหนักจนต้องพักยาวมาก่อนจึงต้องใช้งานเขาอย่างรอบคอบ

ด้านนายทวารเป็นหน้าที่ของ เจสัน สตีล ซึ่งได้เฝ้าเสาในเกมฟุตบอลถ้วยแทน บาร์ต แฟร์บรุ๊กเก้น มือหนึ่งของทีม ขณะที่ ดีเอโก้ ค็อปโปล่า และ โอลิวิเยร์ บอสกายี่ สองกองหลังได้ออกสตาร์ตก่อนหน้าคีย์แมนอย่าง ลูอิส ดังก์ และ ยาน ฟาน เฮ็คเค่ ซึ่งมีชื่อเป็นตัวสำรองทั้งคู่

พร้อมกันนี้ โยเอล เฟลต์มัน ได้กลับมารับผิดชอบภาระแบ็คขวา ขณะที่ แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตกองหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้กลับมาออกสตาร์ตเป็นตัวจริงเช่นกันในการบู๊กับต้นสังกัดเดิมอีกหน

3. ท่าดีทีเหลว

เป็นเกมที่สองติดต่อกันในกำมือของ เฟล็ตเชอร์ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียประตูก่อนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของทีมที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้

แม้เจ้าบ้านจะออกสตาร์ตได้อย่างน่าฮือฮาโดยที่น่าจะได้ประตูก่อนตั้งแต่นาทีที่สองจากจังหวะหลุดเดี่ยวของ ดีโอโก้ ดาโลต์ แต่กองหลังโปรตุกีสไร้ความเด็ดขาดซัดไปให้ สตีล เซฟได้

จากนั้นในนาทีที่ 7 ปีศาจแดง น่าจะคลำเป้าได้อีกซึ่งหากทั้งสองจังหวะเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้ พวกเขาก็น่าจะนำห่างสองเม็ด แต่อย่างที่ทุกคนได้เห็นว่าแม้จะเป็นเป็นทีมที่สร้างโอกาสได้มากที่สุด แต่พวกเขากลับสอยตาข่ายได้อย่างจุ๋มจิ๋มสิ้นดีจนทำให้ไม่อาจคว้าผลลัพธ์ได้

และในที่สุด เกมรับที่เปราะบางของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ทำให้ ไบรท์ตัน ชิงนำหน้าก่อนในนาทีที่ 12 จากฝีเท้าของ บรายาน กรูด้า แถมอีกสองนาทีต่อมา  เซนเน่อ เลมเมนส์ จ่ายบอลเปิดเกมแย่จนโดน เวลเบ็ค เช็กบิล ดีที่ว่านายทวารทีมชาติ เบลเยี่ยม ปัดป้องได้ไม่เช่นนั้น ปีศาจแดง จะตกเป็นรองสองเม็ดทั้งๆที่พวกเขาน่าจะนำก่อนสองประตู

หลังจบครึ่งแรก ไบรท์ตัน ออกนำก่อน 1-0 และเป็นเกมที่สี่จากห้านัดหลังของพวกเขาที่บุกมาเยือน ผีแดง และได้ประตูออกนำก่อนโดยสามครั้งพวกเขาเป็นฝ่ายคว้าชัยออกจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้

ด้าน เบนยามิน เชชโก้ ซึ่งนัดก่อนเล่นได้อย่างน่าพอใจ และกดคนเดียวสองตุงกลับมาเป็นกองหน้าจอมทื่อคนเดิมอีกจนได้โดยเกมใน 45 นาทีแรก สตาร์ทีมชาติ สโลวีเนีย ได้สัมผัสบอลแค่ 9 ครั้งเท่านั้นแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะครองบอลได้มากกว่า 61.70%:38.30% และได้ยิงมากกว่า 12:7 ครั้ง รวมทั้งส่งบอลเข้ากรอบได้มากกว่า 4:3 ครั้ง

4. เวลเบ็ค เผาโรงละครวอด

ครึ่งแรกว่าแย่แล้ว ครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด อาการหนักกว่าเดิมเนื่องจาก เฟล็ตเชอร์ ไม่อาจแก้เกมได้ และทำให้ ไบรท์ตัน เล่นกันได้ง่ายโดยไม่ได้ถูกเจ้าบ้านสร้างความหนักใจให้เลยแม้ทีม อสูรแดง ต้องพยายามยิงประตูตีเสมอเพื่อเอาตัวรอดจากการตกรอบตั้งแต่หัววัน

จนในที่สุด หลังเล่นกันได้อย่างไร้จินตนาการโดยเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตื้ออย่างเห็นได้ชัด เฟล็ตเชอร์ ก็ไม่คิดแก้เกมตั้งแต่เนิ่นๆ และรอให้เวลาล่วงเลยมานานจนถึงนาทีที่ 62 ก่อนจะส่ง โจชัว เซิร์กซี่ และเจ้าหนู เช เลซีย์ ลงไปแทน เมนู กับ เมาท์ ที่เล่นได้อย่างย่ำแย่

และแล้วอีกสองนาที ผีแดง ก็เสียประตูเพิ่มทันทีจากการตะบันของ เวลเบ็ค ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างจัดจ้านทุกนัดที่ได้ปะทะกับทีมเก่า

จากสกอร์นำ 2-0 ของทีมเยือนทำให้กองหน้าจอมเก๋าวัย 35 ปีสอยตาข่าย ผีแดง ได้ 8 เม็ดแล้วในทุกรายการนับตั้งแต่อำลาทีมในเดือนก.ย.2014 ซึ่งเป็นสถิติร่วมที่ดีที่สุดของเขาในการเจอกับทีมคู่แข่งหนึ่งรายโดย เวสต์แฮม ถูกอดีตหัวหอก เร้ด เดวิลส์ ซัดได้ 8 ประตูเช่นกัน

แม้ช่วงห้านาทีสุดท้าย ผีแดง จะมีลุ้นจากลูกเตะมุมของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ เชชโก้ โขกตุงตาข่ายที่เสาไกลเป็นประตูที่สามของเจ้าตัวในสองเกม แต่มันสายเกินไปแล้ว

เท่านั้นไม่พอ นาทีสุดท้าย เลซีย์ ระเบิดอารมณ์ไม่เห็นด้วยกับผู้ตัดสิน และทุ่มบอลทิ้งจึงได้ใบเหลืองที่สองของตัวเองตามมาติดๆเป็นการโดนไล่ออกในการประเดิมสนามถ้วย เอฟเอ คัพ ของปีกขวาดาวรุ่งจนได้

หลังเกมจบลงโดย ผีแดง ปราชัย 2-1 หมายความว่าอดีตแชมป์ถ้วยน็อกเอาต์ 13 สมัยตกรอบสามถ้วยนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่ ไบรท์ตัน ชนะถึงสี่จากห้านัดหลังในการบุกมาเยือน เธียเตอร์ ออฟ ดรีม

นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้งสองรายการของประเทศตั้งแต่ก้าวแรกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 1981/82 เช่นกัน

สำหรับสถิติหลังจบเกม ผีแดง ยังเหนือกว่าทุกด้านทั้งการครองบอล 59.60%:40.40% รวมทั้งได้ยิงมากกว่า 18:13 ครั้ง และส่งบอลเข้ากรอบได้มากกว่า 7:4 ครั้ง แต่ที่แน่ๆคือพวกเขาไม่ดีพอที่จะคว้าชัยชนะ และตกรอบอย่างสมควร

5. บทสรุปซีซั่นสุดอนาถ

-ตกรอบสองถ้วย คาราบาว คัพ

-ตกรอบสามคารังถ้วย เอฟเอ คัพ

-ไม่ได้เล่นถ้วยยุโรป

-ไม่มีผู้จัดการทีมเป็นตัวเป็นตน

-ไม่มีถ้วยแชมป์แน่นอนแล้ว

-เหลือแค่เกม พรีเมียร์ลีก ให้เล่นโดย แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลัง อาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูง 17 แต้ม และได้ลุ้นแค่การคว้าอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้า

หลังพ่ายต่อ นกนางนวล เท่ากับว่าซีซั่นนี้ ผีแดง มีโปรแกรมลงสนามเบาบางที่สุดแค่ 40 เกมเท่านั้นหลังไม่เหลือรายการไหนให้เล่นอีกแล้วนอกจาก พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นโปรแกรมที่น้อยที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ซีซั่น 1914/15 หรือ 111 ปีก่อน

แต่จากที่เห็น แม้คิวลงสนามจะน้อยนิด แต่นักเตะ เร้ด เดวิลส์ เล่นกันได้อย่างอ่อนแอไม่มีพละกำลังเอาซะเลย และสมควรถูกชาวโลกหัวเราะเยาะอย่างยิ่ง

ด้าน เฟล็ตเชอร์ หลังไม่อาจพาทีมชนะได้จากสองเกม เขาไม่น่าจะได้คุมทีมแบบชั่วคราวอีกต่อไป และต้องรอดูกันว่าในต้นสัปดาห์ แมนฯ ยูไนเต็ด จะประกาศแต่งตั้งให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คุมทีมแทนไปจนจบซีซั่นหรือไม่



ที่มาของภาพ : getty images
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport