เกิดเหตุวุ่นในศึกบุนเดสลีกา 2 เมื่อแฟนบอลสวมหน้ากากบุกสนามถอดปลั๊กจอ VAR ระหว่างผู้ตัดสินกำลังตรวจจุดโทษ เกมที่ พรอยเซ่น มึนสเตอร์ เปิดบ้านแพ้ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 1-2 ก่อน VAR ต้องตัดสินแทน
เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันฟุตบอลลีกระดับสองของเยอรมนี เมื่อแฟนบอลรายหนึ่งสวมหน้ากากบุกลงไปในสนามและถอดปลั๊กอุปกรณ์ VAR ระหว่างเกมที่ พรอยเซ่น มึนสเตอร์ เปิดบ้านพ่าย แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 1-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงท้ายครึ่งแรกของการแข่งขัน โดยผู้ตัดสิน เฟลิกซ์ บิคเคิล ได้รับสัญญาณจากทีมงาน VAR ให้ไปตรวจสอบจังหวะปัญหาบริเวณจอมอนิเตอร์ข้างสนาม เพื่อพิจารณาการให้จุดโทษ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ตัดสินไปถึงหน้าจอ กลับพบว่าอุปกรณ์ไม่สามารถใช้งานได้และหน้าจอดับสนิท
เนื่องจากผู้ตัดสินไม่สามารถตรวจสอบภาพรีเพลย์ได้ การตัดสินจึงต้องกลับไปอยู่ที่ผู้ตัดสิน VAR ซึ่งก็คือ คาทริน ราฟัลสกี ที่ตัดสินว่าจังหวะดังกล่าวเป็นการทำฟาวล์ และให้ เฟลิกซ์ บิคเคิล เป่าจุดโทษแก่ทีมเยือน ก่อนที่ แฮร์ธ่า จะยิงเข้าไปเป็นประตูสำคัญของเกม
ด้านสโมสร พรอยเซ่น มึนสเตอร์ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า แฟนบอลสวมหน้ากากจากโซนกองเชียร์หลักได้บุกลงสนามและถอดปลั๊กอุปกรณ์ทางเทคนิคโดยผิดกฎหมาย พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สโมสรระบุเพิ่มเติมว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อระบุตัวผู้กระทำผิดและนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งได้ดำเนินมาตรการทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันในอนาคต
รายงานจากสื่อเยอรมนีระบุว่า หลังจากเกิดปัญหาทางเทคนิคในสนาม ไม่นานนักได้มีการชูป้ายข้อความในฝั่งกองเชียร์เจ้าถิ่นว่า “Pull the plug on VAR” หรือ “ดึงปลั๊ก VAR ออก” ซึ่งบ่งชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นการกระทำที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า