อี จุน-ซอก : ความฝันบนพื้นหญ้าพังทลาย สู่การแลกชีวิตกับ 'โต๊ะโค้ง'

อี จุน-ซอก : ความฝันบนพื้นหญ้าพังทลาย สู่การแลกชีวิตกับ 'โต๊ะโค้ง'
เปิดเรื่องราวสุดซาบซึ้งของ อี จุน-ซอก อดีตนักฟุตบอลอาชีพ K4 ลีกที่ฝันสลาย ยอมลาออกจากงานประจำ ทิ้งความมั่นคงมาเล่นเทคบอลด้วยโต๊ะราคา 2 ล้านวอนจากเงินออมของแม่ จนผงาดคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026 ให้เกาหลีใต้ได้สำเร็จ

บางครั้ง ชีวิตคนเราก็เหมือนลูกฟุตบอลที่ถูกเตะไปบนโต๊ะโค้ง ๆ มันคาดเดาทิศทางได้ยาก และมักจะกระดอนไปในจุดที่เราไม่เคยคิดฝัน

สำหรับ อีจุนซอก (Lee Jun-seok) ชายวัย 27 ปี การก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดในฐานะเจ้าของเหรียญทองกีฬาเทคบอล (Teqball) ชายเดี่ยว คนแรกในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้และเอเชียนเกมส์ 2026 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น 

มันไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่มันคือผลลัพธ์ของการเดิมพันด้วยชีวิต การยอมทิ้งความมั่นคงในงานประจำ และหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา

ติดตามพร้อมกันที่ SIAMSPORT

[ ฝันสลายบนผืนหญ้า K4 ]

อี จุน-ซอก คือเด็กหนุ่มที่เติบโตมากับการวิ่งไล่เตะลูกฟุตบอลมาตั้งแต่จำความได้ 

เขาผ่านเส้นทางฟุตบอลระดับเยาวชนและเติบโตมาในรุ่นเดียวกับ โช ยอง-วุค กองหน้าชื่อดังของ เอฟซี โซล 

จุน ซอก เคยลงเล่นในตำแหน่งนักฟุตบอลอาชีพในศึกเค 4 ลีก ให้กับสโมสรโซล จุงนัง เอฟซี และอิชอน ซิตี้ ... ทว่า ในปี 2020 สโมสรต้นสังกัดอย่าง อิชอน ซิตี้ ต้องยุบทีมลง เคราะห์ซ้ำกรรมร้าย การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังตัดโอกาสในการแสวงหาเส้นทางใหม่ในวงการลูกหนัง 

ทำให้ จุน ซอก ในวัยเพียง 21 ปี ต้องจำใจถอยฉากและตัดสินใจแขวนสตั๊ด เลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล อี จุน-ซอก หันไปเล่น 'ชกกู' (Jokgu - กีฬาเตะบอลข้ามตาข่ายสไตล์เกาหลี) เป็นงานอดิเรกเพื่อคลายความคิดถึง 

จนกระทั่งเมื่ออายุได้ 22 ปี โค้ชฟุตบอลที่รู้จักกันได้แนะนำให้เขารู้จักกับ 'เทคบอล' (Teqball) กีฬาชนิดใหม่ที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นในประเทศฮังการีเมื่อปี 2012 

ซึ่งนำเอาทักษะฟุตบอล ฟุตวอลเลย์ ปิงปอง และเซปักตะกร้อ มารวมไว้ด้วยกันบนโต๊ะโค้งขนาดใหญ่ สัมผัสแรกนั้นทำให้ความหลงใหลในลูกฟุตบอลของเขาลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

[ โต๊ะโค้ง 2 ล้านวอน และเงินออมก้อนสุดท้ายของแม่ ]

การเริ่มต้นกับกีฬาที่คนเกาหลีใต้แทบไม่มีใครรู้จักในเวลานั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อุปกรณ์สำคัญที่สุดอย่าง 'โต๊ะเทคบอล' มีราคาแพงเกินกว่าที่อดีตนักบอลตกงานจะไขว่คว้าได้ โดยตัวที่ถูกที่สุดในตอนนั้นมีราคาสูงถึง 2 ล้านวอน (ราว 50,000 บาท)

แต่คนที่เชื่อมั่นในตัวเขาเสมอมาคือ ยุน ซุน-จอง ผู้เป็นแม่ แม้ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย แต่แม่ยอมถอนเงินออมก้อนเล็ก ๆ ออกมาซื้อโต๊ะเทคบอลตัวนั้นให้ลูกชาย แม่บอกกับเขาเสมอว่า 

"ถ้าอยากทำอะไรก็จงไปให้สุด แต่ต้องตั้งใจทำอย่างดีที่สุด แม่เชื่อในตัวลูก"

ในเวลานั้น อี จุน-ซอก และเพื่อน ๆ ต้องช่วยกันแบกโต๊ะเหล็กขนาดใหญ่และหนัก ออกไปซ้อมกันตามลาน หรือสวนสาธารณะ และเมื่อซ้อมเสร็จก็ต้องยกกลับมาเก็บในห้องใต้ดินเป็นประจำ

[ ทิ้งชีวิต พนักงานประจำ เพื่อเดิมพันกับฝัน ]

เพื่อหาเลี้ยงชีพในช่วงโควิด-19 อี จุน-ซอก ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานฝ่ายผลิตแบบสัญญาจ้างในบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง 

เขาทำงานอย่างหนักจนก้าวมาถึงจุดที่กำลังจะได้รับการบรรจุเป็น พนักงานประจำ ซึ่งหมายถึงความมั่นคงในชีวิตที่คนมากมายใฝ่ฝัน

แต่แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ข่าวสำคัญก็มาถึง เมื่อ กีฬาเทคบอล ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญทองใน เอเชียนเกมส์ 2026 ณ เมืองนาโกย่า

จุน ซอก รู้ดีว่านี่อาจเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้ใส่เสื้อทีมชาติและพิสูจน์ตัวเอง 

เขาตัดสินใจยื่นใบลาออกจากบริษัททันที แม้แม่จะเสียดายความมั่นคง แต่เธอกลับสนับสนุนลูกชายว่า 

"ถ้าไม่ทำตอนนี้ ลูกจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"

ไม่เพียงเท่านั้น ในเดือนเมษายน 2026 จุน ซอก ยังแคะกระปุกนำเงินเก็บส่วนตัว บินด่วนไปยังประเทศฮังการี ซึ่งเป็นต้นตำรับของกีฬาเทคบอล 

เขาใช้โซเชียลมีเดียทักไปหานักกีฬาเจ้าถิ่นด้วยตัวเอง เพื่อขอคำแนะนำและเรียนรู้เทคนิคขั้นสูง 

[ ซ้อมกลางฝน ไร้แคมป์ทีมชาติ และอาหารที่ไม่สมบูรณ์ ]

เส้นทางของ ทีมชาติเกาหลีใต้ เต็มไปด้วยความพะโล้ เนื่องจากสมาคมเทคบอลเกาหลีใต้ยังไม่ได้เป็นองค์กรสมาชิกอย่างเป็นทางการของสมาคมกีฬาแห่งชาติ ทำให้พวกเขาไม่ได้รับสิทธิ์เข้าเก็บตัวในศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติจินชอน เหมือนนักกีฬาสมาคมอื่น

จุน ซอก และเพื่อนร่วมทีมอย่าง อี แท-บิน, กิม อึน-จุน และจาง อึน-ซอ ต้องไปขอเช่าสนามชกกูในจังหวัดคยองกี เป็นสถานที่ฝึกซ้อม 

ในช่วงฤดูฝน หากฝนตกหนัก พวกเขาต้องคอยพับโต๊ะเก็บ พอฝนซา ก็พับโต๊ะออกมาซ้อมใหม่ 

พวกเขาต้องกินอยู่อย่างประหยัด และพักในโรงแรมบิสซิเนสขนาดเล็กที่แทบไม่มีพื้นที่ให้นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แต่ทุกคนก็กัดฟันเค้นฟอร์มซ้อมหนักวันละ 6 ชั่วโมง นานติดต่อกันถึง 6 เดือน

[ เหรียญทองประวัติศาสตร์ ]

ก่อนทัวร์นาเมนต์ เอเชียนเกมส์ 2026 จะเริ่มขึ้น อี จุน-ซอก ถือเป็นนักกีฬานอกสายตาอย่างแท้จริง เขามีอันดับโลกอยู่ที่ 391 ของโลกเท่านั้น 

แต่เมื่อลงสู่สนามแข่ง ณ ฮิเงะชิ สปอร์ตส์ เซนเตอร์ เมืองนาโกย่า เขากลับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

รอบแบ่งกลุ่ม: คว้าชัยชนะ 5 นัดรวดเหนือ ลาว, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และญี่ปุ่น โดยไม่เสียเลยแม้แต่เซตเดียว

รอบ 8 ทีมสุดท้าย: เอาชนะ กีร์กีซสถาน 2-0 เซต

รอบรองชนะเลิศ: ดวลกับ ซาอิด เอแดน ตัวเต็งจากคูเวต ก่อนที่คู่แข่งจะเกิดอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจนต้องถอนตัว ซึ่งในจังหวะนั้น จุนซอกแสดงความมีสปิริตอย่างสูง ด้วยการไม่แสดงอาการดีใจ และรีบเดินเข้าไปจับมือพร้อมแสดงความเสียใจกับคู่แข่งด้วยตัวเอง

รอบชิงชนะเลิศ: เผชิญหน้ากับ อาลี จาลีล เมซเฮอร์ อัล-เลยาวี มือเก๋าอันดับ 23 ของโลกจากอิรัก แม้ในเซตแรกจะถูกนำไปก่อน 0-3 และ 5-9 แต่จุนซอกก็นิ่งพอที่จะไล่ตามมาฮึดชนะ 12-11 ก่อนจะคุมเกมและปิดดีลเซตสองไปอย่างขาดลอย 12-5

การคว้าชัยชนะครั้งนี้ทำให้ อี จุน-ซอก ผงาดเป็น 'เพอร์เฟกต์โกลด์' คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์เหรียญแรกของกีฬาเทคบอลให้เกาหลีใต้ โดยไม่เสียเซตเลยตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์

[ “ตบหน้าตัวเองในเช้าวันใหม่" และก้าวต่อไปของชีวิต ]

หลังคว้าแชมป์ จุน ซอก ทิ้งตัวลงบนพื้น นำธงชาติเกาหลีใต้ มาพันตัวและหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื้นตัน เขาตะโกนว่า 

"แม่! ผมทำได้แล้ว!" ไปยังมุมผู้ชมที่มีคุณแม่และพี่สาวที่ยอมลางานบินมาเชียร์ถึงขอบสนาม

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ เกาหลีเฮาส์ เมืองนาโกย่า จุน ซอก ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเพราะใช้เสียงร้องเชียร์ตัวเองจนหมด เขายิ้มแล้วพูดว่า

"เมื่อเช้าพอตื่นนอนขึ้นมา ผมลองตบหน้าตัวเองไปทีหนึ่ง เพราะอยากรู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นความฝันหรือเปล่า... พอรู้ว่ามันไม่ใช่ฝัน ผมถึงได้รู้สึกโล่งใจมาก"

ชัยชนะของชายผู้เคยบอกตัวเองว่าเป็น “คนตกงาน” ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงชีวิตเขา แต่มันยังส่งแรงสะเทือนไปถึงโครงสร้างกีฬาของประเทศ 

เมื่อ สมาคมกีฬาแห่งชาติเกาหลีใต้ ได้อนุมัตินำทัพเทคบอลเข้าเก็บตัวและทานอาหารในศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติจินชอนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก เพื่อเตรียมพร้อมทำศึกรายการต่อไปที่เมืองริยาดห์ในเดือนธันวาคม

ในวันที่ความฝันฟุตบอลอาชีพพังทลาย และในวันที่ความมั่นคงในชีวิตกำลังจะมาถึง เขากลับเลือกที่จะฟังเสียงหัวใจตัวเอง แล้วก้าวขาลงไปเดิมพันบน 'โต๊ะโค้ง' ราคา 2 ล้านวอน

เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026 อาจไม่ได้การันตีว่าเขาจะมีทีมอาชีพหรือเงินเดือนมหาศาลรออยู่ในวันข้างหน้า แต่สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา คือหลักฐานว่า "หยาดเหงื่อและความเชื่อมั่น ไม่เคยทรยศใคร"



ที่มาของภาพ : reutersconnect
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport