เกมแรกของทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ 2026 คงทำให้แฟนบอลหลายคนใจหายใจคว่ำไม่น้อยครับ
เมื่อตกเป็นฝ่ายตามหลัง คีร์กีซสถาน ถึง 0-2 ตั้งแต่ช่วงต้นเกมครึ่งหลัง แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือเด็กชุดนี้ไม่เสียอาการ พยายามเล่นตามแผน เดินหน้ากดดันคู่แข่งต่อเนื่อง ก่อนจะยิงคืน 3 ประตูรวด พลิกกลับมาชนะ 3-2 ได้อย่างน่าประทับใจ
ผลการแข่งขันนัดนั้นไม่ได้ให้แค่ 3 คะแนน แต่ยังสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะทั้งทีมด้วย
อย่างไรก็ตาม งานของไทยยังไม่จบ
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ ไทยมีคิวพบกับ ฮ่องกง ซึ่งแพ้เจ้าภาพญี่ปุ่นมา 0-2 ในนัดแรก และสำหรับสถานการณ์ของกลุ่ม เอ เกมนี้ถือว่าสำคัญมาก
พูดแบบตรงไปตรงมา ถ้าไทยเก็บ 3 คะแนนได้ โอกาสผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์จะเปิดกว้างทันที
แม้ในทางทฤษฎียังมีความเป็นไปได้เรื่องคะแนนเท่ากัน 3 ทีม จนต้องวัดผลต่างประตูได้เสียหรือเฮดทูเฮด แต่ถ้าทีมชาติไทยทำหน้าที่ของตัวเองได้สำเร็จตั้งแต่นัดนี้ ภาระความกดดันก่อนเจอญี่ปุ่นในเกมสุดท้ายก็จะลดลงไปเยอะ
สิ่งที่ผมชอบจากเกมแรกไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่เป็นวิธีการเล่น
เด็กชุดนี้กล้าเล่น กล้าวิ่ง และกล้าไล่บีบคู่แข่ง
แม้จะเสียถึง 2 ประตู แต่หลังจากนั้นทุกคนยังเชื่อในแนวทางของตัวเอง ไม่ตื่นตระหนก และค่อยๆ กลับเข้าสู่เกมจนพลิกสถานการณ์ได้
แน่นอนว่ายังมีจุดที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะเกมรับที่เปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเข้าทำได้หลายครั้ง หากเจอทีมที่คุณภาพการจบสกอร์ดีกว่านี้ ไทยอาจต้องจ่ายราคาแพงกว่านัดแรก
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ไทยจะไม่มี ยศกร บูรพา ในเกมพบฮ่องกง เนื่องจากต้องกลับมาช่วย ชลบุรี เอฟซี ทำศึกไทยลีก ก่อนจะเดินทางกลับไปสมทบทีมอีกครั้งในนัดสุดท้ายกับญี่ปุ่น
การขาดหายไปของกองหน้าตัวหลักย่อมส่งผลต่อเกมรุกอยู่บ้าง แต่ก็เป็นโอกาสให้นักเตะคนอื่นก้าวขึ้นมารับบทบาทมากขึ้นเช่นกัน
ส่วนฮ่องกง แม้จะแพ้ญี่ปุ่นในเกมแรก แต่จากรูปเกมต้องยอมรับว่าไม่ใช่คู่แข่งที่ควรมองข้าม
พวกเขาเล่นด้วยความมุ่งมั่น วิ่งไม่มีหมด และพยายามสู้ทุกจังหวะ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ไม่มีบอล
หากไทยคิดว่าเกมนี้ง่าย อาจเจองานหนักกว่าที่หลายคนคาดไว้
แต่ถ้าวัดกันที่คุณภาพทีม ความมั่นใจหลังเกมแรก และศักยภาพโดยรวม ลูกทีมของ "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ยังอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบกว่า
โจทย์จึงเหลือเพียงเรื่องเดียว
เปลี่ยนความได้เปรียบนั้นให้กลายเป็น 3 คะแนน
เพราะหากผ่านฮ่องกงได้สำเร็จ เส้นทางสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายก็จะชัดเจนขึ้นมาก และทำให้เกมกับญี่ปุ่นนัดสุดท้ายมีความกดดันน้อยลง
บ่าย 2 โมงตรง วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และ AIS PLAY ถ่ายทอดสดให้แฟนบอลได้รับชมกันทั่วประเทศ
ด่านนี้สำคัญจริงครับ
และเป็นด่านที่ทีมชาติไทยไม่ควรพลาด
#กอล์ฟเบนเทเก้