“พิ้งค์ พิชฌามลณ์” ตื่นเต้นลุยเอเชียนเกมส์หนแรก ตั้งเป้าพาทีมแบดมินตันหญิงไทยคว้าทอง

“พิ้งค์ พิชฌามลณ์” ตื่นเต้นลุยเอเชียนเกมส์หนแรก ตั้งเป้าพาทีมแบดมินตันหญิงไทยคว้าทอง
“พิ้งค์” พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวไทย เปิดใจตื่นเต้นลุยศึกเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในชีวิต เผยปรับสไตล์เพิ่มเกมบุกและอัพสปีดร่างกายพร้อมดวลมือระดับโลก บรรยากาศในทีมสุดอบอุ่น ตั้งเป้าขอเป็นส่วนหนึ่งพาทีมแบดมินตันหญิงไทยคว้าเหรียญทองมาครอง พร้อมขอกำลังใจจากแฟนกีฬาไทยทั่วประเทศ

"พิ้งค์" พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ นักแบดมินตันหญิงดาวรุ่งทีมชาติไทย เปิดเผยความพร้อมก่อนออกเดินทางไปแข่งขันศึก เอเชียนเกมส์ 2026  ที่เมืองนาโกย่า-ไอจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยยอมรับว่ารู้สึกพร้อมและตื่นเต้นอย่างมากกับการลงสนามรับรับรับใช้ชาติในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชียเป็นครั้งแรกในชีวิต

เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับคู่แข่งระดับชั้นนำที่มีความเคี่ยวและมาตรฐานสูงขึ้น พิ้งค์ พิชฌามลณ์ ระบุว่า ได้เตรียมตัวทั้งในเรื่องสภาพร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่ รวมถึงการปรับโปรแกรมฝึกซ้อมรูปแบบใหม่และการปรับสไตล์การเล่น ซึ่งจุดที่เน้นย้ำเป็นพิเศษในทัวร์นาเมนต์นี้คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในเกมบุก และ การยกระดับสมรรถภาพร่างกายให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้รับการดูแลและคำแนะนำเป็นอย่างดีจากบรรดา รุ่นพี่ในทีมชาติไทย ทำให้บรรยากาศภายในทีมเต็มไปด้วยความอบอุ่น ส่วนเป้าหมายสำคัญในศึก เอเชียนเกมส์ ครั้งนี้ พิชฌามลณ์ ตั้งเป้าไว้อย่างชัดเจนว่าต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมแบดมินตันประเภททีมหญิงทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองมาครองให้ได้

พร้อมกันนี้ พิ้งค์ พิชฌามลณ์ ได้ฝากข้อความถึงแฟนกีฬาชาวไทย ให้ช่วยส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยทุกคนในการลุยศึก เอเชียนเกมส์ หนนี้อย่างเต็มที่

สำหรับการแข่งขันกีฬาแบดมินตันในศึก เอเชียนเกมส์ 2026 จะชิงชัยกันระหว่างวันที่ 20-29 ก.ย.69 ณ สนาม อิชิโนะมิยะ ซิตี้ ยิมเนเซียม จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยทางสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ วางเป้าหมายไว้ที่ 2 เหรียญรางวัล โดยจะแข่งขันในประเภททีม วันที่ 20-24 ก.ย.69 และประเภทบุคคล จะแข่งขันวันที่ 25-29 ก.ย.69 แฟนๆกีฬาแบดมินตันสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดได้ทาง AIS PLAY และช่องฟรีทีวีทั้ง 7 ช่องประกอบไปด้วย NBT,  T Sports 7 , ช่อง 9 MCOT HD , ONE 31 , ไทยรัฐทีวี , PPTV HD 36 และ MONOMAX SPORTS TV 





ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport