กกท. ตั้งเป้าทัพไทยคว้า 15 เหรียญทอง ติดท็อป 6 เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ญี่ปุ่น ชี้ต้องเบียดแย่งอันดับกับ ไชนีส ไทเป, อุซเบกิสถาน และ คาซัคสถาน
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงความพร้อมและการตั้งเป้าหมายของนักกีฬาทีมชาติไทย ในการเข้าร่วมแข่งขันมหกรรมกีฬา เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ระหว่างวันที่ 19 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569 ณ เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยชี้ว่าทัพนักกีฬาไทยตั้งเป้าไว้ที่ 15 เหรียญทอง พร้อมลุ้นติดอันดับ 1-6 ของเอเชีย
สำหรับความพร้อมของนักกีฬาชุดนี้ ได้ทำการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ศึก ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเมื่อปี 2568 ส่งผลให้สภาพร่างกายและความฟิตอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก โดยกลุ่มกีฬาที่เคยคว้าเหรียญทองใน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ยังคงมีลุ้นเหรียญรางวัลเช่นเดิม
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มกีฬาที่มีโอกาสลุ้นเหรียญทองเพิ่มขึ้น เช่น เทคบอล รวมถึงความหวังจากกีฬาที่เคยประสบความสำเร็จในระดับ โอลิมปิกเกมส์ อย่าง มวยสากล และ ยกน้ำหนัก ก็กลับมามีโอกาสลุ้นเหรียญทองในครั้งนี้ด้วย
ดร.ก้องศักด กล่าวเพิ่มเติมถึงชนิดกีฬาความหวังว่า ตะกร้อ แม้จะมีบทเรียนจากศึกซีเกมส์ครั้งล่าสุด แต่ด้วยศักยภาพยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถเหมาได้ครบทั้ง 4 เหรียญทองที่ลงแข่งขัน ขณะที่ เทคบอล มีโอกาสสูงในการคว้า 3 เหรียญทอง เมื่อผนึกกำลังกับกีฬาศักยภาพอื่น ๆ อย่าง ยกน้ำหนัก, มวยสากล, อีสปอร์ต และ เรือใบ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจว่าเป้าหมาย 15 เหรียญทองจะเพียงพอต่อการติดอันดับท็อป 6 ของทวีป
สำหรับภาพรวมการแข่งขัน ผู้ว่าการ กกท. ประเมินว่า เจ้าภาพ ญี่ปุ่น และ จีน จะเป็นสองมหาอำนาจที่กวาดเหรียญทองไปได้มากที่สุด ขณะที่กลุ่มแนวหน้าอย่าง เกาหลีใต้, อิหร่าน (เด่นในกีฬาต่อสู้และฟุตบอล) รวมถึง อินเดีย ที่พัฒนารวดเร็ว ต่างเป็นชาติแข็งแกร่ง ทำให้กลุ่มคู่แข่งสำคัญที่ ทัพนักกีฬาไทย ต้องเบียดแย่งชิงอันดับท็อป 6 โดยตรง คือ ไชนีส ไทเป, อุซเบกิสถาน และ คาซัคสถาน